ประชาสัมพันธ์
loading...

แพทย์ ม.รังสิตร่วมเป็นเจ้าภาพแข่งกีฬาเข็มสัมพันธ์

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกฎเกล้า ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “กีฬาเข็มสัมพันธ์ ครั้งที่ 24 ประจำปี 2553” ระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม 2553 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) และมหาวิทยาลัยรังสิต โดยสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทยได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬาระหว่างนิสิตนักศึกษาแพทย์จากสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศ จำนวน 19 สถาบัน เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความสัมพันธ์ และความสามัคคีระหว่างนิสิตนักศึกษาแพทย์จากทุกสถาบัน
            
สำหรับกีฬาที่จะทำการแข่งขันแบ่งเป็น 11 ประเภท ได้แก่ ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล แชร์บอล แบดมินตัน เทนนิส ปิงปอง ว่ายน้ำ กรีฑา ตะกร้อ และเปตอง โดยจะมีพิธีเปิดการแข่งขัน และการประกวดเชียร์ลีดเดอร์ ในวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2553 ณ อาคารกีฬา 6 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) และชมการแสดงจากเจ้าภาพ การประกวดการแสดง และการประกวดดาวเดือนเข็มสัมพันธ์ ในวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 ณ อาคารนันทนาการ มหาวิทยาลัยรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โทร. 0-2354-4725 หรือ นศพ.เชฐชาญ เจริญเวชพิพัฒน์ 08-1483-1377.


ข่าว  http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=651&contentID=94916
ภาพ  http://www.rsu.ac.th/medicine/

สนนท.ส่งแรงใจนิสิต-นศ.แดง ถูกขังลืม

สนนท. ผุด “จดหมายถึงเพื่อน” ส่งแรงใจนิสิต-นศ.แดง ถูกขังลืม
วันนี้ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สมาคมนิสิตเก่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ น.ส.สุญญาตา เมี้ยนละม้าย โฆษกสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) แถลงข่าวโครงการ “จดหมายถึงเพื่อน” เพื่อเป็นสื่อกลางช่วยเหลือนิสิตนักศึกษาที่ถูกจับกุมในข้อหาละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ภายหลังรัฐบาลได้ใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีนิสิตนักศึกษา 18 คนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยถูกจับกุม กลายเป็นนักโทษการเมืองเพราะละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินแต่กลับไม่มีการแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการ หนำซ้ำยังถูกส่งตัวไปคุมขังในเรือนทั่วประเทศ เช่น เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม โดยไม่เปิดโอกาสให้เพื่อนหรือญาติต่างนามสกุลเข้าเยี่ยม ทั้งที่นักศึกษาบางคนไม่มีญาติจึงไม่ได้รับการช่วยเหลือ เรื่องนี้ทางเครือข่ายคนเสื้อแดงและญาติของนิสิตนักศึกษาได้พยายามทวงถามความคืบหน้าเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล จึงทำให้เรื่องนี้กำลังเงียบหายไปจากสังคม

ดังนั้นทาง สนนท.จึงได้จัดโครงการ “จดหมายถึงเพื่อน” เพื่อให้คนที่ต้องการให้กำลังใจส่งจดหมายมาที่ สนนท.และจะนำจดหมายดังกล่าวส่งต่อไปยังนักศึกษาที่ถูกคุมขังทั้ง 18 คน นอกจากนี้ หากใครมีข้อมูลที่นิสิตนักศึกษาถูกจับกุมเพราะละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็สามารถส่งเรื่องมาที่ สนนท.ได้ เราก็ร่วมเคลื่อนไหวกับคนเสื้อแดงเพื่อช่วยเหลือต่อไป

ม.วลัยลักษณ์จัดกิจกรรมเนื่องในวันมหิดล

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันมหิดล
วันนี้ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการศูนย์วิจัยวิทยาการสุขภาพ ร่วมกับ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ และสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2553 ณ หอประชุมใหญ่ อาคารไทยบุรี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รองผู้ว่าจังหวัดนครศรีธรรมราช ปลัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนผู้บริหารโรงพยาบาลท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมงานกว่า 250 คน

โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ไทย ทิพย์สุวรรณกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้กล่าวถึง ความสำคัญของวันมหิดล ว่า ปีนี้เป็นปีที่สี่ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้จัดงานวันมหิดลขึ้น การเกิดประเพณีอันดีงามนี้ ในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต่างได้รับทราบถึงพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ ที่สมเด็จพระบรมราชชนกได้ทรงประทานแก่ปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะนักศึกษาในสำนักวิชาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพจะได้ตระหนัก และสำนึกถึงภารกิจที่ทุกคนพึงมีในการอุทิศตน เพื่อส่วนรวม ตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ว่า ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นที่หนึ่ง ลาภทรัพย์ และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์

หลังจากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ไทย ทิพย์สุวรรณกุล วางพวงมาลาถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ตามด้วยรองผู้ว่าจังหวัดนครศรีธรรมราช คณะผู้บริหารโรงพยาบาลท่าศาลา ปลัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และตัวแทนนักศึกษา ร่วมวางพวงมาลาถวายสักการะ ตามลำดับ

สำหรับวันมหิดล ตรงกับวันที่ 24 กันยายน เป็นวันคล้ายสวรรคตสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย โดยผู้ที่อยู่ในวงการแพทย์จะร่วมจัดกิจกรรม เพื่อถวายความกตัญญูกตเวที และเฉลิมพระเกียรติคุณให้ไพศาล เป็นแบบฉบับให้อนุชนรุ่นหลังได้เจริญตามรอยพระยุคลบาทนับตั้งแต่ปี 2494 มาจนถึงปัจจุบัน และในโอกาสเดียวกันนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยังรับบริจาคเงินเข้ากองทุนวันมหิดลอีกด้วย

118ปีการฝึกหัดครูฯมรภ.ไม่หยุดผลิต

ครู 5.5 หมื่น สอนไม่ตรงวุฒิรั้งคุณภาพ

จากงานรำลึกวันสถาปนาการฝึกหัดครูไทย ครบรอบ 118 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหา วิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ (ทปอ.มรภ.) กล่าวบรรยายพิเศษเรื่อง อนาคต มรภ. ว่า การผลิตครูถือเป็นหัวใจสำคัญและภารกิจของ มรภ. ทั่วประเทศที่จะทิ้งไม่ได้ มรภ.ต้องเน้นการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ โดยทบทวนดูว่าแต่ละแห่งเก่งด้านใดมากที่สุด ทั้งนี้อนาคตของมหาวิทยาลัยจะไปในทิศทางใดก็ขึ้นอยู่กับบุคลากร ที่จะต้องเลือกผู้นำที่มีลักษณะที่ตนเองต้องการ
    
รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานดำเนินงานสวน ดุสิตโพล กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของครู อาจารย์ และ ประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,104 คน เกี่ยวกับการพัฒนาและเสริมสร้างวิชาชีพครู กลุ่มตัวอย่าง 31.58% เห็นว่าสถาบันการศึกษาจะผลิตครูให้มีคุณภาพได้ ต้องคัดเลือกผู้ที่มีความตั้งใจจริงมาเป็นครู หรือคัดคนเก่งและคนดี 33.42% เห็นว่าคุรุสภาควรจะออกข้อบังคับต่าง ๆ ที่ได้มาตรฐาน จึงจะได้ครูมีประสิทธิภาพ และ 36.58% เห็นว่าต้องมีการให้ทุนสนับสนุนแก่ผู้ที่สนใจศึกษาต่อ หรือ ต้องการความก้าวหน้าในวิชาชีพครู
    
ด้าน ดร.ปัญญา แก้วกียูร ที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า จากข้อมูลงานวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พบว่า ครูไทยส่วนใหญ่มีจำนวนชั่วโมงสอนหนังสือ มากกว่าหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนดไว้ 25 ชั่วโมงต่อคนต่อสัปดาห์ และมีจำนวนนักเรียนเฉลี่ยมากกว่า 40 คนต่อห้อง ซึ่งเป็นเพราะเราขาดแคลนครูประมาณ 40,000 คน ขณะเดียวกันก็มีครูที่สอนไม่ตรงวุฒิหรือวิชาเอก ประมาณ 55,000 คน สิ่งเหล่านี้มีผลทำให้คุณภาพการเรียนการสอนลดลง.


ข่าว  http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=42&contentID=95111

จี้ สพฐ.เปิดไฟเขียว รร.บรรจุครูตามเอก

รมว.ศึกษาธิการ จี้ สพฐ. เปิดไฟเขียวโรงเรียนบรรจุครูตามวิชาเอก
วันนี้ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงผลการวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ หรือ ทีดีอาร์ไอ ที่ระบุว่าปัจจุบันครูผู้สอนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั้งในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ประมาณ 55,000 คนสอนไม่ตรงตามวุฒิ หรือสาขาวิชาเอกที่จบมา และส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความจริง ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทราบดี และได้กำหนดเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องมีการปฏิรูปครูทั้งระบบ โดยทำควบคู่กันไปทั้งการพัฒนาครูประจำการ และผลิตครูพันธุ์ใหม่ เพื่อให้ได้ครูสอนตรงตามวุฒิหรือสาขาวิชาเอกที่จบมา อีกทั้งขณะนี้เราก็มีปัญหาการขาดแคลนครูสะสมอยู่กว่า 30,000 อัตรา ซึ่งหากมองภาพรวมจำนวนครูทั้งประเทศในปัจจุบันกับจำนวนเด็กแล้วจะเป็นจำนวนที่พอดีคือ เฉลี่ยครู 1 คนต่อนักเรียน 25 คน แต่ในความเป็นจริงครูไม่ได้กระจายอยู่ในพื้นที่เท่ากันจึงทำให้เกิดการขาดแคลนครู เช่น ยังมีโรงเรียนขนาดเล็กที่ครู 1 คนดูแลนักเรียน 10 คน และยังมีปัญหาเรื่องครูอยู่ในภูมิลำเนาอีก

“ผมขอเรียกร้องให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) และสำนักงบประมาณ เข้าใจว่าการจัดอัตรากำลังครูนั้น จะต้องดูในภาพรวม และลงลึกถึงปัญหาที่แท้จริงด้วย มิฉะนั้นจะไม่สามารถดึงคนเก่งเข้ามาเป็นครู และไม่สามารถจัดครูให้ตรงกับสาระวิชาที่สอนได้” นายชินวรณ์ กล่าวและว่า สิ่งที่ตนเป็นห่วงอีกอย่างคือ เมื่อเราปรับปรุงให้มีตัวเลขจำนวนครูที่ชัดเจนแล้ว จะต้องมีการประสานกับมหาวิทยาลัยผู้ผลิตครู ให้ปรับหลักสูตรผลิตครูให้ตรงกับสาขาวิชาที่ขาดแคลนครูด้วย นอกจากนี้ตนยังได้มอบนโยบายให้สพฐ.ไปดูในเชิงการกระจายอำนาจให้สถานศึกษาแต่ละแห่งที่มีครูเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือเออรี่รีไทร์ หรือครูที่เกษียณอายุราชการปกติ สามารถบรรจุครูตามวิชาเอกที่โรงเรียนต้องการได้ โดยอาจแบ่งอัตราว่างออกเป็น 2 ส่วนคือ 1.บัญชีเปิดสอบทั่วไปและบรรจุตามลำดับเลขที่ และ2.บัญชีสำหรับโรงเรียนระดับมัธยมฯ ให้เลือกที่จะบรรจุครูตามสาขาวิชาเอกที่โรงเรียนต้องการโดยไม่ต้องเรียงลำดับเลขที่

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้ตนได้อนุมัติให้ครูเข้าร่วมโครงการเออรี่รีไทร์ ประมาณ 13,000 อัตรา ประกอบกับมีครูที่เกษียณอายุราชการปกติอีกประมาณ 4,000 อัตรา รวมเป็น 17,000อัตรา แต่เราสามารถผลิตครูพันธุ์ใหม่ในหลักสูตร 5 ปีได้ประมาณ 3,000 อัตรา ดังนั้นส่วนที่เหลืออาจจะต้องเปิดสอบจากผู้ที่เรียนประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) ที่เรียนจบปริญญาตรีสาขาอื่น และมาเรียนวิชาครูอีก 1 ปี เข้ามาทดแทน โดยตนได้มอบหมายให้คุรุสภาเตรียมการอนุมัติใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ตลอดจนอบรมพัฒนาครูเหล่านี้ เพื่อเข้าไปสอนทดแทนอัตราครูที่ขาดแคลนต่อไป อย่างไรก็ตามในระหว่างช่วงรอยต่อประมาณ 3 เดือนที่ยังไม่มีการบรรจุครูใหม่นั้น เป็นหน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาที่จะต้องใช้วิธีบริหารจัดการภายในโดยจ้างครูอัตราจ้างมาทดแทนไปพลางก่อน

กาแล็คซี่แฟมิลี่

มาว่ากันต่อเรื่องมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์กันให้จุกกันเลยดีกว่า ไหน ๆ ปีนี้ ใครก็พูดถึงแต่แอนดรอยด์ และผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือทุกค่ายก็ทยอยเปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่ใช้แอน ดรอยด์โอเอสกันมากจนจำชื่อรุ่นได้ไม่หมด
ซัมซุงมากันเป็นแฟมิลี่ หลังจากมีกาแล็คซี่ เอส ที่ ซัมซุงบอกว่า ขายได้มากกว่า 1 ล้านเครื่องทั่วโลก หลังจากเปิดตัวเพียง 1 เดือน ในบ้านเรากาแล็คซี่ เอส ก็ร้อนแรงไม่ใช่ย่อย ขายไปแล้วกว่า 10,000 เครื่อง คราวนี้เลยขนมากันทั้งครอบครัว มีกาแล็คซี่เอสรุ่นเล็ก ราคาไม่แพง ประมาณ 7-9 พันบาท ผ่านซัมซุงกาแล็คซี่ 3 และ 5

ขอเริ่มที่กาแล็คซี่ 3 มีหน่วยประมวลผลหรือซีพียู 667 เมกะเฮิรตซ์  จอใหญ่มาตรฐาน 3.2 นิ้ว ความละเอียดในระดับดับเบิลยูคิววีจีเอ ซึ่งมีความคมชัดมาก ๆ รองรับเครือข่าย 3 จี กล้องถ่ายรูป 3.2 ล้านพิกเซล มีไวไฟ บลูทูธ  หน่วยความจำในตัวเครื่อง 130 เมกะไบต์ เพิ่มหน่วยความจำภายนอกผ่านไมโครเอสดีการ์ด 
   
นอกจากความโดดเด่นอยู่ที่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และรองรับมัลติมีเดียหลากหลายรูปแบบแล้ว แบตเตอรี่ยังเป็น รุ่นใหม่ ขนาด 1,500 มิล   ลิแอมแปร์ ซึ่งถือ ว่าสูงสุดในยุคนี้  ทำให้เราสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้นานตลอดวัน ปัญหาของโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนก็คือ แบตเตอรี่หมดเร็ว    อันเนื่องมาจากมีแอพพลิเคชั่นมากมายให้เราดาวน์โหลดมาใช้ ความสามารถ  ที่เก่งเทียบเท่าเครื่องคอมพิว เตอร์ขนาดพกพา หน้าจอคมชัดแทบบาดตาก็ต้องแลกกับการสิ้นเปลืองพลังงานเป็นธรรมดา

มาพูดถึงกาแล็คซี่ 5 น้องเล็กกันบ้าง ซัมซุงอ้างว่า เป็นมือถือแอนดรอยด์ที่ราคาถูกและคุ้มค่าที่สุด หน่วยประมวลผลด้อยกว่า เพราะใช้ซีพียู 600 เมกะเฮิรตซ์ จอ 2.8 นิ้ว หน้าจอจะคมชัดน้อยกว่ารุ่น 3 เพราะเป็นแอลซีดีแบบคิววีจีเอ กล้อง 2 ล้านพิกเซล การเชื่อมต่อรองรับได้  ไวไฟ บลูทูธ มีจีพีเอส หน่วยความจำในตัวเครื่อง 90 เมกะไบต์ อาจจะดูน้อยแต่เพิ่มจากหน่วยความจำภายนอกได้

ทั้งกาแล็คซี่ 3 และ 5 เป็นแอนดรอยด์ที่ราคาน่าสนใจสำหรับผู้ที่เริ่มใช้แอนดรอยด์
มีหลายท่านถามมาว่า มือถือแอน ดรอยด์นี่มันเก่งกว่ามือถือทั่วไปยังไง อธิบาย แบบรวบรัดก็คือ แอนดรอยด์ก็คือ ระบบปฏิบัติการน้องใหม่บนโทรศัพท์มือถือกลุ่มสมาร์ทโฟน เป็นผลงานการพัฒนาของกูเกิล ที่เปิดให้ผู้ผลิตมือถือ   และนักพัฒนาสามารถนำไปต่อยอดได้ฟรี ๆ ทำให้แอนดรอยด์เติบโตและถูกจับตามอง   ว่า จะสามารถแซงระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยน ที่ยังครองที่หนึ่งในตลาดโลกภายในปีสองปีนี้ 

เมื่อกูเกิลเป็นผู้พัฒนาแอนดรอยด์ ทำให้เราสามารถใช้บริการต่าง ๆ ของกูเกิลได้บนมือถือ เหมือนที่เราคุ้นเคยกับ  การใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ถูกย่อ มาให้ใช้บนมือถือ การใช้สมาร์ทโฟนให้คุ้มค่าเงิน ที่ซื้อมา ก็ควรจะดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมา ใช้งานควบคู่กันไปด้วยจึงจะสนุกและรู้ สึกว่าแตกต่างจากการใช้โทรศัพท์มือถือ   ทั่ว ๆ ไป 

แต่ต้องไม่ลืมว่า สมาร์ทโฟนนั้นมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายอื่นนอกเหนือไปจากค่าโทรศัพท์ ผู้ใช้ควรพร้อมจ่ายค่าบริการดาต้าซึ่งเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลากหลายแพ็กเกจตามความต้องการใช้งาน แนะนำให้ซื้อแพ็กเกจจะประหยัดกว่า ไม่เช่นนั้นอาจเจออาการบิลช็อกตอนจ่ายตังค์ หากเผลอไปปล่อยให้เชื่อมต่อเน็ตทั้งวันทั้งคืน.

ปรารถนา ฉายประเสริฐ

หวั่นครู 5.5 หมื่นคนสอนไม่ตรงวุฒิ เร่งพัฒนาครู-ใช้อัตราจ้างสอนแทน


นายชินวรณ์ บุญเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ
       “ชินวรณ์” รับ มีครู 55,000 คน สอนไม่ตรงวุฒิ มีผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษา เร่งพัฒนาคุณภาพครู และบรรจุครู ให้ตรงวุฒิ ระบุรอยต่อ 3 เดือนยังไม่ได้บรรจุครู ให้ สพท.-สถานศึกษา จ้างครูอัตราจ้างมาสอนแทน
       
       นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงผลการวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ หรือ ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ปัจจุบันครูผู้สอนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ประมาณ 55,000 คนสอนไม่ตรงตามวุฒิ หรือสาขาวิชาเอกที่จบมา มีผลต่อคุณภาพการศึกษาว่า เป็นความจริง ตลอดเวลาที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทราบดี จึงพยายามหาทางแก้ไข โดยกำหนดเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องมีการปฏิรูปครูทั้งระบบ โดยทำควบคู่กันไปทั้งการพัฒนาครูประจำการ และผลิตครูพันธุ์ใหม่ เพื่อให้ได้ครูสอนตรงตามวุฒิหรือสาขาวิชาเอกที่จบมา
       
       นอกจากนี้ ศธ.ยังมีปัญหาการขาดแคลนครูสะสมกว่า 30,000 อัตรา ถ้ามองภาพรวมจำนวนครูทั้งประเทศกับจำนวนเด็ก จะพอดี คือ เฉลี่ยครู 1 คนต่อนักเรียน 25 คน แต่ในความเป็นจริงครูไม่ได้กระจายอยู่ในพื้นที่เท่ากัน ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนครู เช่น โรงเรียนขนาดเล็กที่ครู 1 คน ดูแลนักเรียน 10 คน สอนหลายวิชา
       
       “ปัญหาการขาดแคลนครู ผมขอเรียกร้องให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และสำนักงบประมาณ เข้าใจว่าการจัดอัตรากำลังครู จะต้องดูในภาพรวม ลงลึกถึงปัญหาที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นจะดึงคน เก่งเข้ามาเป็นครูไม่ได้ และไม่สามารถจัดครูให้ตรงกับสาระวิชาที่สอนได้” นายชินวรณ์ กล่าว
       
       รมว.ศธ.กล่าวว่า ตนเป็นห่วงอีกอย่าง เมื่อเราปรับปรุงให้มีตัวเลขจำนวนครูที่ชัดเจนแล้ว จะต้องประสานกับมหาวิทยาลัยผู้ผลิตครู ให้ปรับหลักสูตรผลิตครูให้ตรงกับสาขาวิชาที่ขาดแคลนครูด้วย อย่างไรก็ดี ตนได้มอบนโยบายให้ สพฐ.ไปดูในเชิงการกระจายอำนาจให้สถานศึกษาแต่ละแห่งที่มีครูเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือเออร์ลีรีไทร์ หรือครูที่เกษียณอายุราชการปกติ สามารถบรรจุครูตามวิชาเอกที่โรงเรียนต้องการได้ โดยแบ่งอัตราว่างออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1.บัญชีเปิดสอบทั่วไปและบรรจุตามลำดับเลขที่ ส่วนที่ 2.บัญชีสำหรับโรงเรียนระดับมัธยม ให้เลือกที่จะบรรจุครูตามสาขาวิชาเอกที่โรงเรียนต้องการโดยไม่ต้องเรียงลำดับเลขที่
       
       นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ปีนี้ตนได้อนุมัติให้ครูเข้าร่วมโครงการเออร์ลีรีไทร์ 13,000 อัตรา ครูเกษียณอายุราชการปกติ 4,000 อัตรา รวมครูเกษียณ 17,000 อัตรา โดยเราผลิตครูพันธุ์ใหม่ในหลักสูตร 5 ปี ปีละ 3,000 อัตรา ส่วนที่เหลือจะต้องเปิดสอบบรรจุเข้ามาทดแทน ดังนั้น ตนจึงมอบหมายให้คุรุสภาเตรียมการอนุมัติใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ตลอดจนอบรมพัฒนาครูเหล่านี้ เพื่อเข้าไปสอนทดแทนอัตราครูที่ขาดแคลน สำหรับช่วงรอยต่อประมาณ 3 เดือนยังไม่มีการบรรจุครูใหม่ คงเป็นหน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสถานศึกษาหาวิธีบริหารจัดการภายใน อาจใช้วิธีการจ้างครูอัตราจ้างมาทดแทนไปพลางก่อนมีการสอบบรรจุครูและเรียกครูมาบรรจุในอัตราที่ขาดไป

นร.ไทยกวาด30รางวัลแข่งหุ่นยนต์นานาชาติฮ่องกง

http://img.spacethai.net/images/553000nsn.jpgเด็กไทยเจ๋งกวาด 30 รางวัลรางวัลจากการแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาInter Robotic City 2010 ที่จัดขึ้นในวันที่ 25 - 28 ก.ย.นี้ ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน
มื่อวันที่ 28 ก.ย.2553  ดร.ชินภัทร    ภูมิรัตน   เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานด่วน(เมื่อเวลา 15.00 น.ของวันที่ 28 กันยายน 2553) จากฮ่องกง ว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้จัดการแข่งขันเพื่อคัดเลือก และส่งนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของไทย เข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์นานา ชาติ ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา Inter Robotic City 2010 ที่จัดขึ้นในวันที่ 25 - 28 กันยายน 2553  ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ผลปรากฏว่านักเรียนไทยสามารถกวาดรางวัลจากการแข่งขันได้ถึง 30 รางวัลประกอบด้วย ระดับประถมศึกษา ได้รับรางวัลที่ 1 จำนวน 3 รางวัลได้แก่ โรงเรียนบ้านอินทร์แปลง จังหวัดสกลนคร ได้รับรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล คือ ประเภทหุ่นยนต์ 4 ขาพลังงานปั่นมือ และประเภทหุ่นยนต์ต่อสู้ และโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรางวัลที่ 1 ประเภทหุ่นยนต์สำรวจทางน้ำ
  รางวัลที่ 2 ประเภทหุ่นยนต์วิ่ง เร็ว 2 ขาพลังงานปั่นมือ ได้รับ 3 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนเมืองใหม่ชลอราษฎร์รังสฤษฎ์ จังหวัดลพบุรี โรงเรียนบ้านอินทร์แปลง จังหวัดสกลนคร และโรงเรียน ชุมชนวัดปัณณาราม จังหวัดนครศรีธรรมราช รางวัลที่ 3 ประเภทหุ่นยนต์ต่อสู้ได้แก่ โรงเรียนเมืองใหม่ชะลอราษฎร์รังสฤษฎ์ จังหวัดลพบุรี และรางวัลที่ 4 ประเภทหุ่นยนต์ชักเย่อ พลังงานปั่นมือ ได้แก่ โรงเรียนชุมชนวัดปัณณาราม จังหวัดนครศรีธรรมราช
 ระดับมัธยมศึกษา ได้รับรางวัลที่ 1 จำนวน 7 รางวัล ซึ่งโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา คว้ารางวัลที่ 1 ได้ถึง 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทหุ่นยนต์วิ่งเร็ว 2 พลังงานปั่นมือ ประเภทหุ่นยนต์ไตรกีฬา ประเภทหุ่นยนต์สำรวจดาวนพเคราะห์ และประเภทหุ่นยนต์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ จังหวัดนนทบุรี ได้รับรางวัลประเภทหุ่นยนต์ชักเย่อ พลังงานปั่นมือ โรงเรียนหนองสูงสามัคคีวิทยา จังหวัดมุกดาหาร ได้รับรางวัลประเภทหุ่นยนต์ต่อสู้ และโรงเรียนร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับรางวัลประเภทโครงงานหุ่นยนต์ทำมือ รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ได้ 2 รางวัล ในประเภทหุ่นยนต์ 4 ขาพลังงานปั่นมือ และ ประเภทชักเย่อ พลังงานปั่นมือ และโรงเรียนโพนพิทยาคม จังหวัดสกลนคร ได้ 3 รางวัล ในประเภทหุ่นยนต์สำรวจดาวนพเคราะห์ ประเภทหุ่นยนต์บาสเกตบอล และประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล
  รางวัลที่ 3 จำนวน 6 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ได้ 2 รางวัล ในประเภทหุ่นยนต์สำรวจทางน้ำ และประเภทหุ่นยนต์โปโลน้ำ โรงเรียนอนุบาลชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับรางวัลประเภทหุ่นยนต์หนอนวิ่งเร็วพลังงานปั่นมือ โรงเรียนเทศบาล 1 สังขวิทย์ จังหวัดตรัง ได้รับรางวัลประเภทหุ่นยนต์ไตรกีฬา โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ จังหวัดนนทบุรี ได้รับรางวัลประเภทหุ่นยนต์ ม้าวิ่งผลัด และโรงเรียนเมืองใหม่ชลอราษฎร์รังสฤษฎ์ จังหวัดลพบุรี ได้รับรางวัลประเภทหุ่นยนต์ต่อสู้
  รางวัลที่ 4 ได้รับ 4 รางวัล โดย โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ คว้า 3 รางวัลในประเภทหุ่นยนต์บาสเกตบอล หุ่นยนต์สำรวจทางน้ำ และหุ่นยนต์โปโลน้ำ และโรงเรียนเทศบาล 1 สังขวิทย์ จังหวัดตรัง ได้รับรางวัลประเภทหุ่นยนต์ไตร กีฬา ทั้งนี้  ทีมนักเรียนไทยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยบริษัทการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 607 เวลา 22.25 น. ของวันที่ 28 กันยายนนี้
 “สพฐ.ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และการส่งเสริมความเป็นอัจฉริยะ ของนักเรียนด้านเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ มาโดยตลอด โดยนำความรู้มาบูรณาการในสาระวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะและสาระวิชาอื่นๆ กิจกรรมดังกล่าวนอกจากทำให้ครูและนักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ได้พัฒนาศักยภาพการเรียนการสอนที่ใช้หุ่นยนต์เป็นเครื่องมือ สามารถพัฒนาหุ่นยนต์เข้าสู่เวทีการประกวดและแข่งขัน รวมทั้งมีเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรประจำศูนย์หุ่นยนต์ ทั่วประเทศให้เข้มแข็งแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพและ ทักษะการคิดสร้างสรรค์ การคิดแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีมในเวทีการแข่งขันทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ก็ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนทุกคนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติในครั้งนี้ ”เลขาธิการ กพฐ. กล่าว
 ภาพ  spacethai.net
Credit   เดลินิวส์

ยื้อตำแหน่ง รักษาการ ผอ.สทศ ถึงปีหน้า !!!!

สทศ.ยื้อต่ออายุผอ.สทศ.อีกรอบ "ไชยยศ"เข้ม!ยืนตามกฤษฎีกา

นายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ว่าประเด็นที่บอร์ด สทศ.ได้เสนอขอปรับแก้พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ) จัดตั้ง สทศ.พ.ศ.2548 ในเรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติเฉพาะของการดำรงตำแหน่ง ผอ.สทศ. จากเดิมที่กำหนดว่าผู้ที่จะดำรงตำแหน่งได้ต้องอายุไม่เกิน 65 ปี เป็น 70 ปี ล่าสุด หลังจากกฤษฎีกาตีกลับว่าอาจเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายโดยตรง ขณะนี้ทาง สทศ.ได้ยื่นหนังสือขอให้ตนในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแล เสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง ซึ่งในสัปดาห์หน้าตนจะนำหนังสือฉบับดังกล่าวเสนอต่อนายชินวรณ์ บุ ณยเกียรติ รมว.ศธ.เพื่อพิจารณาขอความเห็นชอบว่าควรเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.หรือไม่ ส่วนที่จะเชิญ ศ.ดร.อุทุมพรมาเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้การทำงานเกิดความต่อเนื่องหรือไม่นั้น เรื่องนี้ถือเป็นอำนาจหน้าที่ของบอร์ด สทศ.จะต้องตัดสินใจ
     ด้าน ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวว่า ที่ประชุมบริหาร สทศ.ได้มีมติเห็นชอบให้ตนรักษาการไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย.ปีหน้า ซึ่งตนรับทำงานรักษาการต่อไป เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการปฎิบัติงาน และควรจะต้องทำให้เสร็จก่อน โดยเฉพาะการส่งคะแนนที่จะใช้ประกอบแอดมิชชั่นของปี 2554 เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาในการส่งข้อมูลและประสานงานต่างๆ.

Credit   ไทยโพสต์

สอบตรง สถาบันพระบรมราชชนก 2554


เปิดระบบการคัดเลือกนักศึกษา
ประชาสัมพันธ์การรับสมัคร วันที่ 1 ตุลาคม 2553
รับสมัครรอบรับตรง 1 - 15 พฤศจิกายน 2553
 
โครงการพิเศษรอบรับตรง 
- โครงการความร่วมมือผลิตพยาบาลเพิ่มเพื่อเขตสาธารณสุขที่ 9 ------------------------------------------------------ ดูรายละเอียด
- โครงการสนับสุนทุนการศึกษาจากภาคอุตสาหกรรม เขตควบคุมมลพิษ -------------------------------------------- ดูรายละเอียด 
- โครงการผลิตทันตาภิบาลเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาในพื้นทีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ---------------------------------------- ดูรายละเอียด
 
ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1.ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (GPAX) ไม่น้อยกว่า 2.50
 ผู้กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ใช้คะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX) 5 ภาคการศึกษา
2.ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ (GPA ของกลุ่มสาระวิชา) วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไม่ต่ำกว่า 2.50
3.ผลการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) ไม่น้อยกว่า 100 คะแนน จากคะแนนเต็ม 300 คะแนน และผลการทดสอบความถนัดทางวิทยาศาสตร์ (PAT2) ไม่น้อยกว่า 70 คะแนนจากคะแนนเต็ม 300 คะแนน โดยสามารถใช้ผลคะแนนการสอบในครั้งที่ได้คะแนนสูงสุดของแต่ละรายวิชา (กรณีมีผลคะแนนการสอบมากกว่า 1 ครั้ง)
เว็บไซต์หลักการรับสมัคร http://admission.pi.in.th/admission/
 


หมออนามัย 


หนังสือสำหรับคนอยากเรียนคณะสาธารณสุข

"เรียนจบเร็ว มีงานรอ เรียนต่อได้ มีโอกาสรับราชการ ได้ทำงานในถิ่นฐานบ้านเกิด"
จะมีสักกี่อาชีพ ที่คุณใช้เวลาเรียนเพียง 2 ปี ก็ทำงานมีเงินเดือนได้แล้ว
จะมีสักกี่อาชีพ ที่เรียนจบแล้วก็มีงานทำทันที ไม่ต้องหางานเอง
จะมีสักกี่อาชีพ ที่คุณจะได้ทำงานในถิ่นฐานบ้านเกิด ได้อยู่กับครอบครัว
จะมีสักกี่อาชีพ ที่มีโอกาสบรรจุเข้าเป็นข้าราชการเมื่อมีตำแหน่งว่าง (แค่ต้องรอ...)
จะมีสักกี่อาชีพ ที่จะเลี้ยงตัวไปจนตาย ไม่ต้องกลัวถูกบีบออกเมื่ออายุมากเหมือนเอกชน



ขอขอบคุณ หนังสือดีดีจาก

บทความที่น่าสนใจ

loading...

Facebook

บทความ

loading...