ประชาสัมพันธ์

เปิดใจแต้ว-แฟลช 2 ผู้อัญเชิญพระเกี้ยว จุฬาฯ

Pic_58361
นอกจากความเข้มข้นของฟุตบอลแมตช์ที่หลายคนรอคอย ระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่กำลังจะเวียนมาถึงครั้งที่ 66 ในวันเสาร์ที่ 16 ม.ค.นี้แล้ว อีกไฮไลต์ที่แสงสปอต์ไลต์ต้องส่อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญก็คือ ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวของจุฬาฯ ซึ่งในปีนี้ ได้คัดเลือกนิสิตเข้ามาเกือบ 100 คน ก่อนจะคัดผู้ที่เหมาะสมมา 2 คน

คนแรกคือ ณฐพร เตมีรักษ์ หรือ น้องแต้ว นักแสดงสาวจากช่อง 3 ที่หลายคนรู้จักกันดี ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เธอมาถ่ายทอดประสบการณ์ความยากง่าย และความภาคภูมิใจที่ได้เป็น 1 ใน 2 ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวอันทรงเกียรติในงานฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 66 กับ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า การได้รับเกียรติในครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต แต่กว่าจะมายืนตรงนี้ได้ แต๋วยอมรับว่าต้องผ่านขั้นตอนมากมายเช่นกัน



"จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้เราไม่รู้ว่า การจะเข้ามาตรงนี้ต้องผ่านอะไรบ้าง พอเข้ามาก็เข้าใจว่านิสิตทุกคนที่จะเข้าร่วมในการขั้นตอนเป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยว ทุกๆ คนต้องผ่าน 4 ขั้นตอนสุดหิน (หัวเราะ) ซึ่งละขั้นตอนก็แฝงไปด้วยนัยดีๆ ซ่อนอยู่มากมาย เริ่มตั้งแต่การสัมภาษณ์กลุ่ม เพื่อดูถึงทัศนคติของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร การทำกิจกรรมและงานบำเพ็ญประโยชน์กลุ่มร่วมกันเป็นทีม การสอบข้อเขียน เมื่อผ่านทุกๆ ขั้นตอนแล้วก็มาถึงการสัมภาษณ์เดี่ยวเพื่อดูทัศนคติส่วนตัวอีกที โดยการคัดเลือกทุกรอบจะถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อดึงศักยภาพของตัวผู้สมัครออกมาให้มากที่สุด"

สำหรับความรู้สึกที่ได้รับการคัดเลือกให้มารับหน้าที่อันทรงเกียรติในปีนี้ นักแสดงสาวยอมรับว่าครั้งแรกที่เข้าร่วมในการคัดเลือก ไม่คิดว่าจะได้รับเกียรตินี้ เพราะดูจากตำแหน่งแล้วดูสูงส่ง แต่พอได้รับโอกาสก็มีทั้งตื่นเต้น ดีใจ และก็ภูมิใจมากๆ 

"ถามว่าการได้เป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยวนั้นได้อะไร แต้วคิดว่ามันทำให้เรามีความรับผิดชอบมากๆ จากที่เคยเรียนเสร็จแล้วก็กลับบ้าน ทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์ แต้วก็ต้องไปถ่ายละคร วันจันทร์-ศุกร์ก็ต้องมาเรียน ซึ่งพอได้มาทำงานตรงนี้มันมีภาระหน้าที่ตามติดมามากมาย แต้วก็ได้เรื่องการแบ่งเวลา อีกทั้งยังได้ฝึกเรื่องการวางตัวให้เหมาะสม มันก็ทำให้เราวางตัวที่ดีขึ้นมาก จากแต้วเป็นคนกระเปิ๊บกระป๊าบ (หัวเราะ) ไม่เรียบร้อยมาก ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ดีและได้ประโยชน์จริงๆ” 

เมื่อถามถึงจุดเด่นที่สามารถเอาชนะใจกรรมการได้ สาวผู้อัญเชิญพระเกี้ยวคนล่าสุด บอกว่า น่าจะเป็นความที่เราเป็นตัวเราให้มากที่สุด

"ทุกคนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมตรงนี้ เราเชื่อว่าทุกๆ คนก็ต้องหวังลึกๆ ว่าจะได้รับเกียรติมาทำหน้าที่ตรงนี้ แต้วก็เหมือนกัน และพอได้มารู้จักกับกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งมีทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้องได้ทำกิจกรรมร่วมกัน มันก็ทำให้เราได้เห็นความคิด-อ่าน ของแต่ละคน ทำให้ปัจจุบันมันเปลี่ยนทัศนคติของเราไปด้วยว่า การที่ได้เข้ามาร่วมทำงานตรงนี้มันสำคัญยิ่งกว่าว่าเราจะได้ทำหน้าที่อะไรเป็นความภาคภูมิใจดีๆ ที่เราต้องเมมโมรีเอาไว้ครั้งหนึ่งในชีวิต" 

สุดท้ายน้องแต้ว ฝากเสียงใสๆ ผ่านไทยรัฐออนไลน์ไปถึงพลพรรค ม.ธรรมศาสตร์ ด้วยว่า ในปีนี้ทีเด็ดของจุฬาฯ มีหลายอย่างมากๆ ไม่ว่าจะเป็น ดรัมเมเยอร์ ลีดเดอร์  ซึ่งฝึกหนักมากๆ ซ้อมถึงตี 2-3 ทุกๆ คืน ดังนั้นจึงอยากให้ชาวธรรมศาสตร์ระวังทีเด็ดของจุฬาฯ ที่จะมีลีลาเอาชนะใจคนทั้งสนามแล้วทีมฟุตบอลของจุฬาฯ ปีนี้ ยังมั่นใจว่าจะมากำชัยได้อย่างไม่ยากเย็น 

"ยังไงวันที่ 16 ม.ค.นี้ สแตนด์ฝั่งจุฬาฯ ต้องเต็มก่อนธรรมศาสตร์แน่ๆ เจอกันที่สนามศุภฯ” ดาราสาวผู้อัญเชิญพระเกี้ยวกล่าวในที่สุด

แฟลชหนุ่มผู้อัญเชิญพระเกี้ยว



นายวิรินธิ์พล เอกอุฬารพันธ์ หรือ แฟลช หนุ่มหน้ามน-มาดดี ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวฝ่ายชาย ปัจจุบันเรียนอยู่คณะคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 ถ่ายทอดประสบการณ์ความยากง่าย และความภาคภูมิใจที่ได้เป็น 1 ใน 2 ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวอันทรงเกียรติว่า การคัดเลือกตัวแทนอัญเชิญพระเกี้ยวคัดจากนิสิตจำนวน 12 คน คือ ชาย 6 คน หญิง 6 คน เป็นการคัดเลือกด้วยความสมัครใจว่าใครอยากเป็นตัวแทนก็เข้าไปคัดเลือก โดยจะคนที่จะเข้าไปสมัครนั้นจะต้องมีเกรดเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไป ไม่จำกัดคณะ โดยสามารถแบ่งหน้าที่เป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยว 2 คน ผู้อัญเชิญป้ายมหาวิทยาลัย ผู้อัญเชิญพานพุ่ม

สำหรับความรู้สึกที่ได้มาเป็นตัวแทนอัญเชิญพระเกี้ยว แฟลช กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจมากๆ เพราะพระเกี้ียวเป็นสัญลักษณ์และก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับเหล่านิสิตนักศึกษาทุกคน นอกจากตัวเองจะภูมิใจแล้วก็ยังทำให้ครอบครัวของตนได้รับความภาคภูมิใจอีกด้วย 

"ผมจำได้ว่าเมื่อตอนอยู่ปี 1 ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมกับงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ด้วย ตอนนั้นทำหน้าที่แบกเสลี่ยง ซึ่งมันเป็นความทรงจำดีๆ มากๆ โดยจะเข้ามาดูการแข่งขันฟุตบอลทุกๆ ปี ปีนี้เป็นปีสุดท้ายจึงตัดสินใจสมัครเข้ามาลองดู แล้วก็ได้เป็นตัวแทน ได้ทำเพื่อจุฬาฯ ถ้าถามว่างานบอลปีนี้คิดว่าใครจะชนะ ไม่ทราบหรอก (หัวเราะ) เป็นการเตรียมตัวของใครมากกว่ากัน แต่ปีนี้ผมคิดว่าจุฬาฯ น่าจะชนะมากว่า แต่งานครั้งนี้เราไม่ได้เอาแพ้ชนะเป็นหลัก เราเน้นที่ความสามัคคีของ 2 สถาบัน แต่อยากจะฝากบอกทางธรรมศาสตร์ว่า ปีนี้จุฬาฯเตรียมตัวมาดีมาก ขอให้ระวังตัวไว้ด้วย" แฟลชกล่าว



ที่มา  Thairath

กวดวิชาเกินชั้นเรียนจำเป็นหรือแค่แฟชั่น

Pic_58490
ลำพังเนื้อหาในโรงเรียนก็หนักอึ้งแทบลิ้นห้อยเด็กไทยสมัยนี้ยังต้องใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียน วันหยุดสุดสัปดาห์ หรือแม้แต่ปิดเทอม ไปลงเรียนกวดวิชากันอีก

หนักไปกว่านั้น เด็กบางคนยังเลือกลงคอร์สกวดแบบ "แอ๊ดวานซ์" หรือกวดในเนื้อหาที่สูงเกินกว่าระดับชั้นที่ตัวเองเรียน เช่น อยู่ ม.1 แต่เลือกกวดล่วงหน้าวิชาของ ม.2-ม.3

กลายเป็นคำถามทอล์กออฟเดอะทาวน์ เกิดอะไรขึ้นกับเด็กไทยสมัยนี้ ปริศนาคาใจข้างต้น ถ้ามีเหตุผลคำตอบให้เลือกเดา ระหว่าง

ข้อ ก. เพราะเด็กสมัยนี้สมองดี หรือเก่งกว่าเด็กรุ่นก่อน

ข้อ ข. สมัยนี้ครูในโรงเรียนสอนแต่อะไรชิลๆ ง่ายเกินไป ไม่สะใจเด็ก

ข้อ ค. ถูกทั้ง ก.และ ข.

ข้อ ง. ผิดหมดทุกข้อ

ใครจะเลือกเดาข้อไหน เชิญตามสบาย...

แต่ถ้าให้ ศุภฤกษ์ สกุลชัยพรเลิศ หรือ "ครูซุปเค" (Sup'k) เจ้าของสถาบันกวดวิชา Sup'k Center หนึ่งในติวเตอร์ชื่อดัง ผู้เป็นไอดอล หรือแบบอย่างขวัญใจของเด็กไทยอีกนับแสนคน ที่เรียนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนไม่รู้เรื่อง เลือกคำตอบที่โดนใจเขาที่สุดสักข้อ เชื่อแน่ว่า เขาต้องเลือก ข้อ ง. 

เพราะอะไรน่ะหรือ บรรทัดถัดจากนี้ไป คือเหตุผล

ครูซุปเคบอกว่า การเรียนกวดวิชาแบบเกินระดับชั้นเรียนล่วงหน้า หรือที่บางคนเรียกว่า กวดวิชาแบบแอ๊ดวานซ์ คอร์ส มีทั้งผู้ที่เรียน แบบเต็มใจ และ ไม่เต็มใจ

เขาอธิบายเด็กที่กวดวิชาเกินระดับ ด้วยความสมัครใจ ปกติจะมีไม่มาก หรือคอร์สละไม่เกิน 1% ของจำนวนเด็กทั้งหมด

ยกตัวอย่าง ที่ซุปเค เซ็นเตอร์ แต่ละเทอมมีเด็กไปสมัครเรียนทั้งสิ้นประมาณ 6,000 คน มีเด็กที่สมัครเรียนคณิตศาสตร์ คอร์สเกินระดับ ด้วยความสมัครใจอย่างมากประมาณ 60 คน ที่เหลืออีก 5,000 กว่าคน เลือกสมัครเรียนในคอร์สปกติ

"เด็กที่ลงเรียนคอร์สแอ๊ดวานซ์ ด้วยความเต็มใจ คือเด็กที่เรียนแล้ว เขารู้สึกสนุกจึงอยากเรียน ส่วนเด็กที่ต้องจำใจเรียนแอ๊ดวานซ์ คอร์ส เป็นเพราะมีเหตุผลบางอย่างให้ต้องเรียน"

ครูซุปเคบอกว่า ปกติไม่มีเด็กคนไหนอยากเอาเวลาว่างของตัวเองไปนั่งหลังขดหลังแข็งเรียนเพิ่มจากสิ่งที่เรียนรู้มาจากชั้นเรียนในโรงเรียนของตัวเอง พวกเขาอยากพักผ่อนกันทั้งนั้น

แต่เป็นเพราะเด็กเหล่านั้น เรียนในโรงเรียน ไม่รู้เรื่อง บ้าง ครูที่โรงเรียนใช้วิธีเอาเนื้อหาส่วนเกินมาออกสอบ บ้าง เด็กที่อยากสอบได้เกรดดี จึงต้องดิ้นรนใช้เวลาพักของตัวเองไปหาเรียนเพิ่มเติม   เพื่อให้เรียนรู้เรื่องและทำสอบได้คะแนนดี เรื่องนี้จึงเป็นปัญหางูกินหาง

ครูซุปเคบอกว่า จิตใจของมนุษย์มีหลายรูปแบบ ครูบางท่านเห็นว่าเด็กในห้องไม่ตั้งใจเรียน จึงแก้เผ็ดด้วยการออกสอบให้ยากหน่อย เพื่อหวังให้เด็กเข็ดหลาบ จะได้หันมาสนใจเรียน แทนที่ครูจะเป็นฝ่ายปรับวิธีการสอนของตัวเองให้น่าสนใจ กลับไปลงที่เด็ก กลายเป็นอีกสาเหตุที่ผลักไสให้เด็กส่วนใหญ่ต้องออกมาเรียนกวดวิชา

ภาดล ชำนินาวากุล นักเรียน ม.3 โรงเรียนสาธิตชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ศิษย์ก้นกุฏิของครูซุปเค คือตัวอย่างหนึ่งของนักเรียนกวดวิชาแอ๊ดวานซ์ คอร์ส ที่เรียนเนื้อหาคณิตศาสตร์ของชั้น ม.6 จบตั้งแต่เมื่อเขายังเรียนอยู่ชั้น ม.2 หนุ่มน้อยรายนี้ เผยความในใจว่า

"เมื่อก่อนผมก็เหมือนกับเพื่อนๆ ตอนอยู่ ป.6 เรียนเลขในโรงเรียนไม่รู้เรื่อง และรู้สึกเกลียดวิชาเลข แต่พอไปเรียนกับพี่ซุปเคแล้ว เริ่มเข้าใจมากขึ้น ทำข้อสอบที่โรงเรียนได้คะแนนดีขึ้น เลยเริ่มสนุกกับการเรียนเลขตั้งแต่นั้นมา ช่วงปิดเทอมว่างๆจึงลงเรียนคอร์สแอ๊ดวานซ์มาเรื่อยๆ จนจบเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์ของ ม.6 ไปเมื่อปีที่แล้ว"

ภาดลบอกว่า ข้อเสียของการเรียนเกินระดับ สำหรับเขาถ้าจะมีก็แค่อย่างเดียว คือเรียนรู้จากกวดวิชาจนหมดไส้หมดพุงแล้ว เวลาเรียนในห้องเรียนจะรู้สึกเบื่อ แต่ก็แก้ปัญหาโดยใช้วิธีนั่งทำการบ้านที่ครูให้ไปเรื่อยๆ ไม่ชวนใครคุย ไม่รบกวนใคร



ดุลยทรรศน์

ดุลยทรรศน์ ศรีพิมานวัฒน์ ศิษย์ก้นกุฏิของครูซุปเคอีกราย ปัจจุบันเขาเป็นนิสิตคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ปี 1 ชายหนุ่มระบายความในใจจากประสบการณ์ ของตัวเองว่า นอกจากเรียนเกินระดับแบบเต็มใจ ยังมีเด็กติวแอ๊ดวานซ์ คอร์ส อีกไม่น้อยที่ จำใจเรียน

เขาบอกว่า ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ครูสอนในโรงเรียนใช้วิธี สอนเกินบทเรียน บ้าง สอนแบบโยกบท บ้าง ครูบางท่านสั่งให้เด็ก ทำโครงงานวิชาคณิตศาสตร์ โดยให้ลองค้นหาทฤษฎีใหม่ ที่ยังไม่เคยมีใครคิดได้มาก่อน หรือไม่ก็ ให้ไปหาโจทย์เลขเด็ดๆ ทำส่งเป็นโครงงานฯ

นิสิตหนุ่มยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ปกติตามโรงเรียนทั่วไป ในชั้นเรียนระดับ ม.2 จะต้องเรียนเรื่อง การแยกตัวประกอบพหุนาม พอขึ้นชั้น ม.3 ก็มีเรียนเรื่องนี้อีกครั้ง แต่ในระดับความยากที่ต่างกัน

เขาบอกว่าแต่มีครูในโรงเรียนบางท่าน เล่นใช้วิธีเอาเนื้อหาเรื่องการแยกตัวประกอบพหุนาม ของ ม.3 ซึ่งยังไม่ได้สอน มาออกสอบกับเด็กนักเรียน ม.2



ภาดล

หรือไม่ก็เล่นใช้ข้อสอบเรื่องการแยกตัวประกอบพหุนาม ที่ยากในระดับสมาคมคณิตศาสตร์แห่งประเทศไทย หรือระดับคณิตศาสตร์โอลิมปิก เอามาออกสอบลองภูมิเด็ก

"ทั้งที่จุดประสงค์ของหลักสูตร ต้องการให้เด็กเรียนรู้แล้วสามารถคิดเป็น ประยุกต์เป็น แต่ปัญหากลับอยู่ที่ผู้ออกข้อสอบ ไม่รู้ไปเอาอะไรมาสอนและออกข้อสอบ พอเด็กเรียนแล้วไม่เข้าใจ หรือสอบตกกันระนาว เด็กส่วนหนึ่งที่อยากทำคะแนนสอบให้ดี ตามที่ตัวเองและพ่อแม่คาดหวัง จึงจำใจต้องไปหาเรียนเพิ่ม ในเนื้อหาส่วนที่เกินจากระดับของตัวเอง"

เช่นกันกับกรณี ครูใช้วิธีโยกบทสอน ดุลยทรรศน์ ยกตัวอย่างจริงที่เกิดขึ้นว่า ทุกวันนี้เนื้อหาวิชาเลข ม.4 เทอม 1 โรงเรียน ก. อาจเลือกสอนเรื่องตรรกศาสตร์ เซต จำนวนจริง และ เมทริกซ์

โรงเรียน ข. ก็สอนสามเนื้อหาแรกตรงกัน แต่เนื้อหาที่ 4 ครูเลือกโยกบท

ไปสอนเรื่อง ความสัมพันธ์อุปนัย แทน เมทริกซ์

ขณะที่โรงเรียน ค. สอนสามเนื้อหาแรกตรงกัน แต่เนื้อหาที่ 4 ครูเลือกสอนเรื่อง เรขาคณิตวิเคราะห์ กับ ทฤษฎีจำนวน

"การที่แต่ละโรงเรียนเลือกสอนเนื้อหาที่ 4 ก่อน-หลังไม่เหมือนกัน แล้วแต่ ว่าครูจะเลือกโยกสอนบทไหน แต่โรงเรียนกวดวิชาเห็นว่า ที่ถูกแล้วเด็กควรไล่เรียงเรียนทีละขั้นตอน ตามแบบโรงเรียน ค. คือ ควรเรียนเรขาคณิตวิเคราะห์ก่อน เพื่อจะได้วาดกราฟความสัมพันธ์ได้"

ดุลยทรรศน์บอกว่า ปัญหาก็คือ ตอนอยู่ในโรงเรียน เด็กต้องเรียนตามที่ครูโยกบทสอน แต่ครูสอนแล้วไม่เข้าใจ เด็กจึงแก้ปัญหาด้วยการออกไปหาติวต่อข้างนอก



ศุภฤกษ์

แน่นอนว่าเด็กทุกคนล้วนอยากให้โรงเรียนกวดวิชาจัดติวให้ตรงกับตามที่โรงเรียนตัวเองสอน จะได้ไม่ต้องไปเรียนเนื้อหาส่วนที่เกินจากโรงเรียนอื่น

ฝ่ายโรงเรียนกวดวิชาเองก็ปวดหัว เพราะการโยกบทเรียนแบบนี้ เท่ากับบีบให้เด็กต้องทนเรียนเกินกับทางโรงเรียนกวดวิชาโดยไม่เต็มใจ

ดุลยทรรศน์บอกว่า ทั้งๆที่เนื้อหาเรื่องเมทริกซ์ กระทรวงศึกษาฯสั่งให้เรียนตอน ม.4 เทอม 2 แต่เปิดช่องเอาไว้ว่า ถ้าครูผู้สอนเห็นสมควร ก็จัดไปเลย

นิสิตหนุ่มบอกว่า ยังไม่รวมปัญหากรณีการสอบ GAT และ PAT ที่บีบให้เด็กต้องไปหาเรียนเกินกับโรงเรียนกวดวิชา เพื่อให้จบเนื้อหา ม.6 เร็วขึ้น จะได้นำความรู้ไปใช้สอบตอนที่ตัวเองอยู่ ม.5 เทอม 2

ประเด็นนี้ครูซุปเคให้ความเห็นว่า แทนที่กระทรวงศึกษาฯจะแก้ปัญหานี้ โดยให้เด็กทุกคนมีสิทธิสอบ PAT ครั้งแรกหลังจากเรียนจบ ม.6 เทอม 2 เพื่อเด็กทุกคนจะได้ใช้เวลาเรียนตามระดับครบ 3 ปีเท่ากัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน 

กระทรวงฯกลับเปิดโอกาสให้ทดลองสอบ PAT ครั้งแรกได้ตั้งแต่ตอน ม.5 เทอม 2 ทีนี้ใครๆก็อยากลองสอบให้คุ้นชินกับสนามสอบกันทั้งนั้น ไปๆมาๆเท่ากับไปบีบให้เด็ก ม.5 ต้องแข่งกันเรียนเกินวิชาของเด็ก ม.6 เพื่อเอาไปใช้สอบ PAT 

ครูซุปเคฝากสรุปเป็นข้อคิดทิ้งท้ายว่า การที่เด็กสักคนสามารถเรียนเกินระดับชั้นได้อย่างเหมาะสม อย่างแรกผู้สอนต้องรู้จักตัวตนของเด็กว่า มีความสามารถแค่ไหน เด็กชอบอะไร รวมทั้งต้องยอมรับในความแตกต่างของเด็กแต่ละคน แล้วจัดการศึกษาให้เหมาะกับศักยภาพของเด็กเป็นรายคน

"ผมไม่อยากให้ครูในโรงเรียนมีทัศนคติไม่ดีต่อโรงเรียนกวดวิชา ถ้าอยากให้การเรียนเกินระดับชั้นหมดไป ก่อนอื่นทุกโรงเรียนต้องปรับปรุงคุณภาพครู วิธีการสอน สื่อการสอน และมาตรฐานการออกสอบ แต่ถามว่าในความเป็นจริง ทำได้แค่ไหน"



ที่มา  Thairath

จุฬาฯ รับนิสิตหลักสูตรนานาชาติ 675 คน

คณะอักษรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะเปิดรับสมัครเพื่อคัดเลือกนิสิต หลักสูตรนานาชาติ ประจำปีการศึกษา 2553 จำนวน 675   คน รับสมัครระหว่างวันที่ 4-30 มกราคม 2553
          
คุณสมบัติผู้สมัครคณะอักษรศาสตร์
          1.สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
          2.มีคะแนนสอบวัดความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
          2.1TOEFL Paper –based ไม่ต่ำกว่า 550 หรือ TOEFL Computer –based ไม่ต่ำกว่า 213 หรือ TOEFL Internet –based ไม่ต่ำกว่า 79
          2.2 IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.0
          2.3CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 550
          3.มีคะแนนผลการสอบอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
          3.1CU-AAT โดยจะต้องมีคะแนนในส่วนของ Verbal Section ไม่ต่ำกว่า 400 คะแนนหรือ
          3.2 SAT1 โดยจะต้องมีคะแนนในส่วนของ Critical Reading ไม่ต่ำกว่า 400 คะแนน
          ในการยื่นคะแนนผลการทดสอบ CU-AAT หรือ SAT1 จะต้องเป็นคะแนนที่มาจากการสอบครั้งเดียวกัน โดยสามารถใช้คะแนนผลการสอบตามข้อ 2-3 ยอ้นหลังไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายของการสมัคร คือวันที่ 29 มกราคม 2553 คณะอักษรศาสตร์สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานหลักสูตรอักษรศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาและวัฒนธรรม(หลักสูตรนานาชาติ)ห้อง 1311 ชั้น 13 อาคารบรมราชกุมารี คณะอักษรศาสตร์ โทร.0-2218-4641


          สำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติเปิดรับสมัคร 4 สาขาวิชา คือสาขาวิชาวิศวกรรมการออกแบบการผลิตยานยนต์  สาขาวิชาวิศวกรรมนาโน สาขาวิชาวิศวกรรมสารสนเทศและการสื่อ สาขาวิชาวิศวกรรมอากาศยาน
          
คุณสมบัติผู้สมัครคณะวิศวกรรมศาสตร์
          1.สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
          2.มีคะแนนสอบวัดความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
          2.1TOEFL Paper –based ไม่ต่ำกว่า 550 หรือ TOEFL Computer –based ไม่ต่ำกว่า 213 หรือ TOEFL Internet –based ไม่ต่ำกว่า 79
          2.2 IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.0
          2.3CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 550
          3.มีคะแนนผลการสอบอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
          3.1CU-AAT โดยจะต้องมีคะแนนในส่วนของ Verbal Section ไม่ต่ำกว่า 400 คะแนนหรือ
          3.2 SAT1 และ SAT 2 แต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 600 คะแนน
          4.มีคะแนนสอบวัดความถนัดทางวิทยาศาสตร์ ดังนี้
          4.1สำหรับผู้สมัครสาขาวิชาวิศวกรรมนาโนจะต้องมีคะแนนสอบอย่างใดอย่างหนึง ดังนี้
          -CU-ATS (NANO) ไม่ต่ำกว่า 1,200 หรือ
          -SAT2 วิชาละไม่ต่ำกว่า 600
          4.2สำหรับผู้สมัครสาขาวิชาวิศวกรรมการออกแบบและการผลิตยานยนต์สาขาวิชาวิศวกรรมสารสนเทศและการสื่อสาร และสาขาวิชาวิศวกรรมอากาศยานจะต้องมีคะแนนอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
          -CU-ATS (NANO) ไม่ต่ำกว่า 800 หรือ
          -SAT2 วิชาละไม่ต่ำกว่า 600 จะต้องเป็นคะแนนที่มาจากการสอบครั้งเดียวกัน โดยสามารถใช้คะแนนผลการสอบตามข้อ 2-3 ยอ้นหลังไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายของการสมัคร โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์สอบถาม          ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักบริการหลักสูตรวิศวกรรมนานาชาติ ห้อง 107 ตึก 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร. 0-2218-6422-3


         
  คุณสมบัติผู้สมัครคณะเศรษฐศาสตร์
          1.สำหรับผู้ที่มีสัญชาติไทยหรือมิใช่สัญชาติไทยที่สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6หรือเทียบเท่า ในระบบการศึกษาของประเทศไทยตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ หรือโรงเรียนนานาชาติภายในประเทศ หรือผู้สมัครสัญชาติไทยที่สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าในต่างประเทศต้องยื่นเอกสารตามหัวข้อคุณสมบัติให้ครบ 3 ข้อ โดยต้องผ่านอย่างน้อย 2 ข้อ ดังนี้
          1.1มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (GPAX) ต้องแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6หรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่า 3.25 หรือเทียบเท่า โดยต้องมีใบรายงานผลการศึกษา(Transcripts) มาแสดง ในกรณีของผู้สมัครที่เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมากกว่า 1 แห่ง ให้ถือ GPAX ของโรงเรียนที่ออกใบจบการศึกษาให้แก่ผู้สมัคร
          1.2มีคะแนนสอบวัดความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
          - TOEFL Paper –based ไม่ต่ำกว่า 560 หรือ TOEFL Computer –based ไม่ต่ำกว่า 220 หรือ TOEFL Internet –based ไม่ต่ำกว่า 83
          - IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5
          - CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 560
          - CU-AAT โดยจะต้องมีคะแนนในส่วนของ Math Section ไม่ต่ำกว่า 580 คะแนนหรือ
          -  SAT1 โดยจะต้องมีคะแนนในส่วนของ Math   ไม่ต่ำกว่า 620 คะแนน
มีคะแนนสอบ A-Level หรือคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศออสเตรเลีย หรือคะแนนมาตรฐานอื่น ๆ ที่เป็นที่ยอมรับในวิชาคณิตศาสตร์ เกรดA โดยสามารถใช้คะแนนผลการสอบ ทั้ง 1 และ 2  ย้อนหลังไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายของการสมัครกรณียื่นผลสอบ SAT1 Math และ SAT 1 Critical Reading พร้อมกันจะต้องใช้ผลสอบที่มาจากการสอบครั้งเดียวกันเท่านั้น
          2.สำหรับผู้สมัครที่ไม่ใช้สัญชาติไทยและมีถิ่นพำนักในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 5 ปีที่สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าในต่างประเทศต้องยื่นเอกสารตามหัวข้อคุณสมบัติต่อไปนี้ครบทั้ง 3 ข้อ โดยผ่านคุณสมบัติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ข้อ ดังนี้
          2.1มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (GPAX) ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 หรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่า 3.25 หรือเทียบเท่า โดยต้องในใบรายงานผลการศึกษา(Transcripts) มาแสดง
          2.2จดหมายรับรองจากผู้สอน 2 คน จากสถาบันการศึกษาที่ผู้สมัครสำเร็จการศึกษาปิดผนึกพร้อมลายเซ็นของผู้สอน (2 Letters of Recommendation) จำนวน 2 ฉบับ หรือมีคะแนนสอบวัดความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ระบุ
          2.3มีคะแนนสอบวัดความถนัดทางคณิตศาสตร์อย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
          -CU-AAT (Math Section) ไม่ต่ำกว่า 580 หรือ
          -SAT1(Math) ไม่ต่ำกว่า 620 หรือ มีคะแนนสอบ A-Level หรือคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศออสเตรเลีย หรือคะแนนมาตรฐานอื่น ๆ ที่เป็นที่ยอมรับในวิชาคณิตศาสตร์เกรด A โดยสามารถใช้คะแนนผลการสอบตามข้อ 1 ,1.2 และ 2.3 ย้อนหลังได้ไม่เกิน 2 ปีนับถึงวันสุดท้ายของการสมัคร ในกรณีที่ยื่นผลสอบ SAT1(Math) และ SAT2(Critical Reading) พร้อมกันจะต้องใช้ผลสอบที่มาจากการสอบครั้งเดียวกันเท่านั้น
          3.เป็นผู้มีความประพฤติดีและยินยอมปฎิบัติตามระเบียบข้อบังคับและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว หรือที่จะมีต่อไปโดยเคร่งครัดทุกประการ  โดยคณะเศรษฐศาสตร์ สามารถสอบถามได้ที่โทร. 0-2218-6135,0-2218-6197


        
  คุณสมบัติผู้สมัครคณะวิทยาศาสตร์
          1.สำหรับผู้สมัครสัญชาติไทยหรือมิใช่สัญชาติไทยที่สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าในระบบการศึกษาของประเทศไทยตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ หรือโรงเรียนนานาชาติภายในประเทศ หรือผู้สมัครสัญชาติไทยที่สำเร็จการศึกษา หรือกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าในต่างประเทศต้องยื่นเอกสารตามหัวข้อคุณสมบัติต่อไปนี้ครบทั้ง 4 ข้อ โดยผ่านคุณสมบัติไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ข้อ ดังนี้
          1.มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย(GPAX) ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 หรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่า 2.75 หรือเทียบเท่า โดยต้องมีใบรายงานผลการศึกษา (Transcripts) มาแสดง ในกรณีของผู้สมัครที่เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมากกว่า 1 แห่ง ให้ถือ GPAX ของโรงเรียนที่ออกใบจบการศึกษาให้แก่ผู้สมัคร
          2.มีคะแนนสอบวัดความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
          -TOEFL Paper –based ไม่ต่ำกว่า 550 หรือ TOEFL Computer –based ไม่ต่ำกว่า 213 หรือ TOEFL Internet –based ไม่ต่ำกว่า 79
          - IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.0
          -CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 550
          -CU-AAT โดยจะต้องมีคะแนนในส่วนของ Verbal Section ไม่ต่ำกว่า 400 คะแนนหรือ
          -SAT1 โดยจะต้องมีคะแนนในส่วนของ Critical Reading ไม่ต่ำกว่า 400 คะแนน
ในการยื่นคะแนนผลการทดสอบ CU-AAT หรือ SAT1 จะต้องเป็นคะแนนที่มาจากการสอบครั้งเดียวกัน โดยสามารถใช้คะแนนผลการสอบตามข้อ 2-3 ยอ้นหลังไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายของการสมัคร
          -มีคะแนนสอบวัดความถนัดทางวิทยาศาสตร์อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ CU-ATS  คะแนนเฉพาะรายวิชาเคมี ไม่ต่ำกว่า 320 หรือแบบทดสอบอื่น ๆ ที่วัดความถนัดทางเคมีที่จัดสอบโดยศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่ต่ำกว่า 320  โดยสามารถใช้คะแนนผลการสอบย้อนหลังไม่เกิน 2 ปีนับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร
          2.สำหรับผู้สมัครที่มิใช่สัญชาติไทย ที่สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าในต่างประเทศต้องยื่นเอกสารตามหัวข้อคุณสมบัติต่อไปนี้ครบทั้ง 4 ข้อ โดยผ่านคุณสมบัติไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ข้อดังนี้
          1.มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (GPAX) ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 หรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่า 2.75 หรือเทียบเท่า โดยต้องมีใบรายงานผลการศึกษา (Transcripts) มาแสดง
          2. มีจดหมายรับรองจากผู้สอน 1 ฉบับ และผู้อำนวยการหรืออาจารย์ใหญ่ หรืออาจารย์ที่ปรึกษา 1 ฉบับ จากสถาบันการศึกษาที่ผู้สมัครสำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาอยู่(2 Letter of Recommendation) รวม 2 ฉบับหรือสอบผ่านความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษตามข้อ 1
          3.มีคะแนนสอบวัดความถนัดทางคณิตศาสตร์อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
          -CU-AAT(Math Section) ไม่ต่ำกว่า 450 หรือ SAT1 (Math) ไม่ต่ำกว่า 450 
          4.มีคะแนนสอบวัดความถนัดทางวิทยาศาสตร์อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
          - CU-ATS  คะแนนเฉพาะรายวิชาเคมี ไม่ต่ำกว่า 320 หรือแบบทดสอบอื่น ๆ ที่วัดความถนัดทางเคมีที่จัดสอบโดยศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่ต่ำกว่า 320  โดยสามารถใช้คะแนนผลการสอบย้อนหลังไม่เกิน 2 ปีนับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร
          5.เป็นผู้มีความประพฤติดีและยินยอมปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว หรือที่จะมีต่อไปโดยเคร่งครัดทุกประการ ผู้ที่สนใจขอรับใบสมัครได้ที่หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมีประยุกต์(หลักสูตรนานาชาติ) BSAC International Office ห้อง 1122 ชั้น 11 อาคารมหามงกุฎ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร. 0-2218-7600-1 หรือดาวน์โหลดใบสมัครจากเว็บไซต์
http://www.chemistry.sc.chula.ac.th/BASC
          คุณสมบัติผู้สมัครคณะสถาปัตยกรรม
          1.เป็นผู้สมัครสัญชาติไทยหรือมิใช่สัญชาติไทย ที่สำเร็จการศึกษา หรือกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า ดังนี้
          1.1ในระบบการศึกษาของประเทศไทย ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ หรือระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ(EP Program)หรือระบบการเรียนการสอนสองภาษา(Bilingual Program) หรือ
          1.2ในระบบการศึกษานานาชาติ ในโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย หรือ
          1.3ในระบบการศึกษานานาชาติ ในโรงเรียนนานาชาติในต่างประเทศ
          2.เป็นผู้สมัครที่มิใช่สัญชาติไทยที่มีถิ่นพำนักในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 6 ปี ที่สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าในระบบการศึกษานานาชาติในต่างประเทศ ต้องมีคะแนนสอบตามหัวข้อครบทั้ง 3 โดยผ่านคุณสมบัติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ข้อ ดังนี้
          2.1มีคะแนนสอบวัดความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
          -TOEFL Paper-based ไม่ต่ำกว่า 550 หรือ Computer-based ไม่ต่ำกว่า 213 หรือInternet –based ไม่ต่ำกว่า 79 หรือ IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.0 หรือ SAT1 Critical Reading ไม่ต่ำกว่า 400 หรือ  CU-AAT Verbal Section ไม่ต่ำกว่า 400 หรือ CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 550
          2.2มีคะแนนสอบวัดความถนัดทางคณิตศาสตร์อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
          -CU-AAT Math Section ไม่ต่ำกว่า 600 หรือ SAT1 Math ไม่ต่ำกว่า 600
มีคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของออสเตรเลีย หรือประเทศนิวซีแลนด์ หรือคะแนนมาตรฐานในการศึกษาระบบอังกฤษ(A-Level) หรือระบบ International Baccalaureate(IB)  ในวิชาคณิตศาตร์ไม่ต่ำกว่าเกรด B
          2.3 มีคะแนนสอบวัดความถนัดทางวิชาออกแบบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย CU-TADไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 โดยสามารถใช้คะแนนผลการสอบตามข้อ 2.1 2.2 2.3 ย้อนหลังได้ไม่เกิน 2 ปีนับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัครในกรณีที่ยื่นผลคะแนน SAT1 Math SAT1 Critical Reading พร้อมกัน หรือ CU-AAT พร้อมกันจะต้องใช้ผลสอบที่มาจากการสอบครั้งเดียวกันเท่านั้น
          3.เป็นผู้ที่มีความประพฤติดีและยินยอมปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว หรือที่จะมีต่อไปโดยเคร่งครัดทุกประการ หากต้องการสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรม หลักสูตรนานาชาติ ห้อง 409 ชั้น4 อาคารนารถ โพธิประสาท คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร 0-2218-4330


         
 คุณสมบัติผู้สมัครคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
          1.สำหรับผู้สมัครสัญชาติไทย หรือมิใช่สัญชาติไทยที่สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า ในระบบการศึกษาของประเทศไทยตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ หรือโรงเรียนนานาชาติภายในประเทศ หรือผู้สมัครชาติไทยที่สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าในต่างประเทศและได้ศึกษาระดับมัธยมศึกษาในต่างประเทศเป็นเวลาน้อยกว่า 5 ปี ต้องยื่นเอกสารตามหัวข้อคุณสมบัติต่อไปนี้ครบ 3 ข้อโดยผ่านคุณสมบัติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ข้อ ดังนี้
          1.มีคะแนนสอบวัดความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
          -TOEFL Paper-based ไม่ต่ำกว่า 550 หรือ Conputer-based ไม่ต่ำกว่า 213 หรือ Internet-based ไม่ต่ำกว่า 79  IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.0 หรือ SAT1 Critical Reading ไม่ต่ำกว่า 400 หรือ CU-AAT Verbal Section ไม่ต่ำกว่า 400 หรือ CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 550
          -มีคะแนนสอบวัดความถนัดทางคณิตศาสตร์อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ CU-AAT Math Section ไม่ต่ำกว่า 450 หรือ SAT1Math ไม่ต่ำกว่า 450 หรือคะแนน A-Level หรือคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศออสเตรเลีย หรือคะแนนมาตรฐานอื่น ๆ ที่เป็นที่ยอมรับในวิชาคณิตศาสตร์ เกรด B
          -มีคะแนนสอบวัดความถนัดทางด้านการออกแบบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย CU-TAD ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40  โดยคะแนนวัดผลการทดสอบย้อนหลังไม่เกิน 2 ปีนับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร กรณีที่ยื่นผลสอบ SAT1 Math และ SAT1 Critical Reading พร้อมกันหรือ CU-AAT Math Section และ CU-AAT Verbal Section พร้อมกันจะต้องใช้ผลสอบที่มาจากการสอบครั้งเดียวกันเท่านั้น
          2.สำหรับผู้สมัครที่ไม่ใช่สัญชาติไทย และมีถิ่นพำนักในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 5 ปีที่สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าในต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการเรียนการสอน หรือเป็นผู้สมัครสัญชาติไทยที่สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า และได้ศึกษาระดับมัธยมศึกษาในต่างประเทศมาไม่น้อยกว่า 5 ปีในโรงเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลังในการเรียนการสอน ต้องยื่นเอกสารตามหัวข้อคุณสมบัติต่อไปนี้ให้ครบทั้ง 3 ข้อ โดยผ่านคุณสมบัติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ข้อ ดังนี้
          2.1จดหมายรับรองจากอาจารย์ผู้สอน 2 คน จากสถาบันการศึกษาที่ผู้สมัครกำลังศึกษาอยู่หรือสำเร็จการศึกษา ปิดผนึกพร้อมลายเซ็นของผู้สอน จำนวน 2 ฉบับ (2 Letter of Recommendation)หรือมีคะแนนสอบวัดความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษตามข้อ 1
          2.2 มีคะแนนสอบวัดความถนัดทางคณิตศาสตร์อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
          -CU-AAT Math Section ไม่ต่ำกว่า 450 หรือ
          -SAT1 Math ไม่ต่ำกว่า 450 หรือมีคะแนน A-Level หรือคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศออสเตรเลีย หรือคะแนนมาตรฐานอื่น ๆ ที่เป็นที่ยอมรับในวิชาคณิตศาสตร์เกรด B
          2.3มีคะแนนสอบวัดความถนัดทางด้านการออกแบบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย CU-TAD ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 โดยคะแนนวัดความรู้สามารถใช้ย้อนหลังได้ไม่เกิน 2 ปีนับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร
          3.เป็นผู้ที่มีความประพฤติดีและยินยอมปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว หรือที่จะมีต่อไปโดยเคร่งครัด


         
 หลักฐานการสมัคร
          1.รูปถ่าย
          2.ใบรายงานผลการศึกษา
          3.ผลการทดสอบวัดความรู้
          4.ใบรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนจากสถานศึกษา(สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาอยู่)
          5.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง(กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
          6.หนังสือมอบฉันทะการสมัครจากผู้สมัคร พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบฉันทะ หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้รับมอบฉันทะ(กรณีเป็นชาวต่างชาติ)จำนวน 1 ชุด
          7.แฟ้มผลงาน(Portfolio) ขนาด A4 มีความหนาไม่เกิน 1 นิ้ว ที่สร้างสรรค์ด้วยตนเอง ด้านศิลปะ งานฝีมือ และงานการออกแบบ
          8.เจตจำนงของการศึกษาเป็นความเรียงภาษาอังกฤษ 2 ฉบับ ในห้วข้อ Personal Statement และ Intellectual Interest ความยาวประมาณ 500 คำ
          9.สำเนาหลักฐานการโอนเงินค่าธรรมเนียมการนสมัคร พร้อมเขียนชื่อ-นามสกุลให้ชัดเจน(กรณีโอนเงินผ่านธนาคาร)
          สนใจสอบถามข้อมูลการรับสมัครสาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ หลักสูตรนานาชาติ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  ที่ชั้น 1 อาคารเลิศ อุรัสยะนันทน์ ภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม โทร. 0-2218-4494 เว้นวันหยุดราชการ



ที่มา  eduzones logo

มหิดลอินเตอร์ รับตรง ถึง 29 ม.ค.53





วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดรับสมัครสอบตรงหลักสูตรนานาชาติ จำนวน 21 สาขาวิชา ได้แก่
·      หลักสูตรศิลปศาสตร์ ได้แก่ สาขาเอเชียอาคเนย์ศึกษา การศึกษาระหว่างประเทศ, การผลิตแอนิเมชั่น,การผลิตภาพยนตร์ การผลิตรายการโทรทัศน์ และนิเทศศิลป์
·      หลักสูตรบริหารธุรกิจ ได้แก่ สาขาการบริหารอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ, การเงิน, ระบบสารสนเทศ, ธุรกิจระหว่างประเทศ, การตลาด และ เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ 
·      หลักสูตรวิทยาศาสตร์ ได้แก่ สาขาคณิตศาสตร์ประยุกต์, วิทยาศาสตร์ชีวภาพ, เคมี, วิทยาการคอมพิวเตอร์, สิ่งแวดล้อม, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร และฟิสิกส์
·                        หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
         
            ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนงานรับสมัครและจัดสอบโทร.0-2441-5090 ต่อ1124, 1327, 1245 หรือสมัครผ่านทางเว็บไซต์  www.muic.mahidol.ac.th  ได้ระหว่างวันที่ 5-29  มกราคม 2553



ที่มา  eduzones logo

รัฐบาลอินเดีย ให้ทุนป.ตรีโท เอก-ทุนวิจัย


รัฐบาลอินเดีย ให้ทุนปริญญาตรี โท เอก และทุนวิจัย แก่นักศึกษาไทย ประจำปี 2010-2011 โดยผู้สมัครจะต้องมีความรู้ในภาษาอังกฤษระดับดี โดย เดทไลน์ในการสมัครขอทุน คือ 29ม.ค.2010

สามารถติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณพูลพิมล เกษามล เจ้าหน้าที่การศึกษา ประจำสถานทูตอินเดีย
โทรศัพท์ 02 258 0200-5 ต่อ 136 หรือ เว็บไซต์ www.iccrindia.org

ดวง - ปีชง 2553




ปี พ.ศ.2553 นี้เป็นปี ขาล(เสือ)

ตามประเพณีการไหว้องค์ไท้ส่วยหรือไท้ส่วยเอี๊ยเป๋าส่วยกุงเผ่งอัง ในช่วงเริ่มต้นปีใหม่(ตรุษจีน) ของทุกๆปี หรือที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนรู้จักกันดีในนามของ “เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา” นี้ เป็นเทพผู้ทรงสิทธิ์ และมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในแต่ละปี อีกทั้งเป็นเคล็ดลับวิชาของซิ! นแสจีนโบราณที่ยึดหลักการคำนวณและผูกดวงจีนตาม หลักของโป๊ยหยี่ซี้เถียวมาจากการคำนวณหาราศีบนเทียงถัง 10 ตัว มาผสมกับราศีล่าง (ตี่กี่) หรือ 12 นักษัตร ซึ่งไล่เรียงจับคู่กันได้ 60 คู่ เรียกว่า “หลักจับก๊ะจื้อ” โดยในรอบ 60 ปี จึงจะเวียนมาบรรจบครบรอบกัน 1 ครั้ง

ใน รอบ 60 ปีนี้ จะมีเทพเจ้าไท้ส่วยประจำอยู่ในแต่ละปี ซึ่งจะมีชื่อเรียกขานต่างๆกัน รวมกันได้ทั้งสิ้น 60 องค์ ทำหน้าที่รักษาและคุ้มครองดวงปี หรือที่เรียกว่า “เฝ้าปี” อยู่ ซึ่งจะถือว่าแต่ละองค์จะมีอำนาจให้คุณดลบันดาลความสุข โชคเคราะห์ทุกข์ภัยหรือให้โทษแก่ผู้ใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับพระเมตตาของท่าน โดยเฉพาะท! ่านที่มีเคราะห์หรือดวงชะตาอ่อน ทำอะไรก็ติดขัดไม่ราบรื่นสมหวัง ! ท่านก็จะ ช่วยปัดเป่าเคราะห์ภัยบังเกิดแต่ความเป็นสิริมงคลมาสู่ตัวท่านและ ครอบครัว สำหรับปีขาล พ.ศ.2553 นี้ องค์ไท้ส่วยที่ลงมาสถิตเฝ้าปีมีพระนามว่า “อูฮ้วงไต่เจียงกุง” หรือ “อูหวัน”

เหตุ ที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพบูชากราบไหว้ เพราะมีความเชื่อว่าเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยจะบันดาลความสุขความทุกข์ให้เกิดแก่ ใครนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเมตตาของท่าน หากใครมีเกณฑ์ชะตาที่ดีอยู่แล้วจะได้ดียิ่งขึ้น หากใครมีดวงชะตาที่ไม่ดีทำอะไรก็มีปัญหาติดขัด ก็อธิฐานขอพรจากท่านให้ช่วยปัดเป่าทุกข์ภัยให้ ดังนั้นในแต่ละปีจึงมีผู้คนไปกราบไหว้บูชาขอพร ให้อยู่เย็นเป็นสุขมีดวงชะตาที่ดีตลอดทั้งปี ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนจึงมีประเพณีในการไหว้ฝากดวงเพื่อสะเดาะเคราะห์ ต่อเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย โดยเฉพาะ “ท่านที่เกิดปีชงกับองค์ไท้ส่วย” โดยท่านสามารถเดินทางไปไหว้สะเดาะเคราะห์ด้วยตนเองต่อเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยได้ที่ วัดเล่งเน่ยยี่ ทั้ง 2 แห่งคือ ถนนเจริญกรุง และบางบัวทอง


ท่านที่มีปีเกิดที่ชงกับปีนี้ และควรไปไหว้ “องค์ไท้ส่วย” คือ ท่านที่เกิดปี ดังต่อไปนี้
1.ปีวอก(ลิง) ชง(ปะทะ)โดยตรงกับเทพเจ้า “ไท้ส่วยเอี๊ย” และเป็นอริกับปีขาลโดยตรง
2.ปีขาล(เสือ) ทับไท้ส่วย
3.ปีมะเส็ง(งูเล็ก) ปีร่วมชง
4.ปีกุน(หมู) ปีร่วมชง


 
 
รูปองค์ไท่ส่วยเอี๊ยะปางเด็กมาฝากครับ

ที่เวียดนาม  .......


และ ท่านที่ห้ามไปเป็นเจ้าภาพหรือเข้าร่วมพิธีในงานศพ และควรหลีกเลี่ยงการไปงานศพ แต่ถ้าหากไม่สามารถเลี่ยงได้ก็ขอให้ละเว้นการไปดูศพเวลาฝังศพ(เผาศพ) หรือแม้แต่การส่งศพ คือ ท่านที่เกิดในปีนักษัตร ในรอบปีต่อไปนี้
1.ปีมะเส็ง ท่านที่เกิด ปี2460(อายุ 93ปี) ปี2520(อายุ 33ปี)
2.ปีขาล ท่านที่เกิด ปี2469(อายุ 84ปี) ปี2529(อายุ 24ปี)
3.ปีกุน ท่านที่เกิด ปี2478(อายุ 75ปี) ปี2502(อายุ 51ปี) ปี2538(อายุ 15ปี)
5.ปีวอก ท่านที่เกิด ปี2487(อายุ 66ปี) ปี2511(อายุ 42ปี) ปี2547(อายุ 6ปี)



เพราะทั้ง 10 ปีนี้เป็น “ไท้ส่วยเฮี้ยบจี่จู้” แปลว่า “ไท้ส่วยตรงเจ้าพิธี” นอกจากจะนำพาสิ่งอัปมงคลทั้งหลายมาให้แล้ว ยังถือเป็น การหมิ่น และลบหลู่ต่อองค์ไท้ส่วยอีกด้วย

โดย เฉพาะอย่างยิ่งในปี 2553 นี้ บ้านที่หน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ควรจัดตั้งภาพองค์ไท้ส่วยเอี๊ยประจำปี 2553 ไว้ที่หน้าบ้านหรือเหนือประตูบ้าน เพื่อช่วยคุ้มครองปัดเป่าความทุกข์ บันดาลความสุขมาสู่ตัวท่าน และครอบครัวไปตลอดทั้งปี

วิธี บูชาเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย จุดธูป 9 ดอก ไหว้พระประธานในวัดก่อน (ปักธูปกระถางละ 3 ดอก) จากนั้นจึงไปไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย จุดธูป 3 ดอกวิงวอนขอพรท่าน ให้ท่านช่วยปกป้องคุ้มครองจากภยันอันตรายต่างๆ ที่ท่านอาจประสบพบเจอในปีนี้ จากหนักให้กลายเป็นเบา จากเบาก็ให้มลายสูญสิ้นไป ซึ่งทางวัดเล่งเน่ยยี่จะมีพิธีสวดมนต์เสริมสิริมงคล หรือพิธีนำซิ้งเต๋าเก็ง เพื่อให้ท่านและครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุขหมดทุกข์หมดเคราะห์ไปตลอดทั้งปี

เครื่องบูชาเทพเจ้าไท้ส่วย มีดังนี้ (ถ้าไปทำพิธีที่วัดเล่งเน่ยยี่ ทางวัดมีจัดบริการไว้ให้แล้วเป็นชุด)
1. ธูป 3 ดอก ต่อ 1 ท่าน
2. เทียนแดง 1 คู่
3. หงิ่งเตี๋ย 12 คู่
4. ตั่วกิม 12 แผ่น (กระดาษทอง)
5. ทุกหลั่งจี๊ 12 แผ่น
6. เป๋าอุ่งจี๊ 12 แผ่น
7. เผ่งอังจี๊ 12 แผ่น
8. กระดาษแดง (อั่งเถียบ) 1 แผ่น
9. ขนมจันอับ (จับกิ้มทึ้ง) 1 จาน อันประกอบด้วย.... ถั่วเคลือบน้ำตาลสีขาว ถั่วเคลือบน้ำตาลสีชมพู ฟักเชื่อม ถั่วตัด ข้าวพอง
10. ส้ม 4 ผล 1 จาน


1. นำกระดาษแดงที่เขียน ชื่อ-นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด (และเวลาตกฟาก) ลางลงบนกระดาษไหว้ ใช้หนังสติ๊ก หรือเชือกแดงมัดไว้

2. จัดส้ม 4 ผล และขนมจันอับใส่จานจัดวางต่อหน้าองค์เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย

3. จุดเทียนแดงปักไว้ข้างๆ กระถาง จากนั้นจุดธูป 3 ดอก อธิษฐานให้ท่านช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัย จากอันตรายต่างๆ และประสบแต่สิ่งที่ดีตลอดทั้งปี

4. ถ้าเป็นของตนเองให้หยิบชุดสะเดาะเคราะห์ที่เตรียมไว้ตามข้อ 1 ปัดตั้งแต่ศรีษะลงมาจนสุดแขน 12 ครั้ง (หมายเหตุ ถ้าท่านไปไหว้แทนบุคคลอื่น ก็ไม้ต้องทำพิธีปัดตัว แต่ให้กระทำโดยปัดเสื้อของบุคคลนั้นแทน)

5. นำชุดสะเดาะเคราห์วางลงในกล่องรับฝากที่ทางวัดจัดไว้ให้ ก็เป็นอันเสร็จพิธี ของเซ่นไหว้ต่างๆ ถวายให้วัดไม่ต้องนำกลับบ้าน


คำอธิษฐานขอพรไหว้เทพเจ้า
วันนี้ตรงกับวันที่...เดือน.....พ.ศ. ... ข้าพเจ้าชื่อ....นามสกุล....วันเดือนปีเกิด....ที่อยู่...
ขอ อัญเชิญเทพเจ้า..........โปรดเสด็จมารับเครื่องสักการบูชาทั้งหลาย เมื่อรับแล้วโปรดประทานพรให้ข้าพเจ้าและครอบครัวประสบแต่สรรพสิริมงคล มีความสุขความเจริญก้าวหน้าอุดมด้วยโชคลาภ ทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย สิ่งอัปมงคลทั้งหลายอย่าได้แผ้วพาน ขอให้สมความปรารถนาด้วยมงคลทั้งปวงเทอญ
ใน ปีพ.ศ.2553 ควรหาโอกาสไปไหว้เทพเจ้าต่างๆ ตามแต่ที่จะเสริมปีนักษัตรตนเอง(รายละเอียดมีกล่าวไว้ในหัวข้อถัดไปของบท ความ) และหาวัตถุมงคลหรือเครื่องรางที่เป็นสิริมงคลมาเสริมดวงชะตาโดยตั้งไว้ที่ บ้าน(ที่ทำงาน) หรือติดตัว เพื่อเป็นการแก้ชงหรือเสริมดวงชะตา โดยเฉพาะปีนักษัตรที่ชงทั้ง 4 ปี

1.ปีวอก(ลิง) ชง(ปะทะ)โดยตรงกับเทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา “ไท้ส่วยเอี๊ย” และเป็นอริกับปีขาลโดยตรง อีกทั้งยังมีดาวอัปมงคลเพ่งเล็งอยู่หลายดวง โชคชะตาจึงตกต่ำมัวหมอง เกิดเรื่องร้ายมากกว่าดี ถูกอุปสรรคปัญหารุมเร้า เงินทองไหลออก ! โชคลาภอับเฉา ต้องระวังอุบัติเหตุเคราะห์ภัยต่างๆ พยายามอยู่อย่างสงบเสงี่ยมอย่าไปยุแหย่ท้าทายผู้ใด และอย่าริอาจทำเรื่องผิดกฎหมายเป็นอันขาดมิเช่นนั้นอาจต้องรับผลกรรมที่ตามมา หากคิดจะป้องกันแก้ไข ขจัดภัย สลายเคราะห์ ปรับเปลี่ยนร้ายให้เป็นดี ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “มังกรลิงขี่ม้าเดินทาง รวมพลังสลายเคราะห์ภัย! ” เพื่อ ปกป้องคุ้มครองให้ชาวปีวอกแคล้วคลาดปลอดภัย เสริมส่งให้การงานการค้าเจริญรุ่งเรือง โชคลาภสดใส มั่งคั่งร่ำรวย สุขภาพแข็งแรง อยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้

- ปีชวด (หนู) เสริมดวงเรื่องการงาน
- ปีมะโรง (มังกร,งูใหญ่) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะเส็ง (งูเล็ก) เสริมดวงเรื่องความคิด



2.ปีขาล(เสือ) ปีนี้ดวงของคุณไม่ชงโดยตรงแต่ก็ ทับองค์ไท้ส่วย และเนื่องจากดวงชะตาของคนเกิดปีขาล มีดาวร้ายหลายดวงคอยคุกคามอยู่ โดยเฉพาะดาวกระบี่คม “เจี้ยนฟง” และดาวศัตรูที่ซ่อนเร้น “จื่อเป้ย” คอย จ้องทำร้ายให้บาดเจ็บเลือดตกยางออกเกิดเหตุร้ายมากกว่าดี ทำให้โชคลาภตกต่ำ เงินทองรั่วไหล การงานการค้าไม่เจริญก้าวหน้า และอาจมีผู้ไม่หวังดีคิดมุ่งร้าย ฉะนั้นจงอย่าประมาท

หากคิดป้องกันแก้ไขกลับร้ายให้เป็นดี ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “แปดวิเศษ ขจัดภัย เสริมส่งความเจริญรุ่งเรือง” เพื่อสลายพลังร้ายขจัดเคราะห์ ต้านภัย เสริมส่งให้การงานการค้ารุ่งเรือง โชคลาภเงินทองเพิ่มพูน สุขภาพแข็งแรง ปราศจากอุบัติเหตุเภทภัย อยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีมะเมีย (ม้า) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีจอ (สุนัข) เสริมดวงเรื่องความคิด
- ปีกุน (หมู) เสริมดวงเรื่องความร่ำรวย

3.ปีมะเส็ง(งูเล็ก) ปีนี้ดวงของคุณไม่ชงโดยตรงแต่ก็ถือว่า ร่วมชง และเนื่องจากดวงชะตาของคนเกิดปีมะเส็ง มีดาวมงคลพระจันทร์ “ไท่อิน” และดาวธรณีช่วยแก้ไข “ตี้เจี่ย” ส่องแสงนำทางให้! เจริญรุ่งเรือง แต่มีดาวเทพแห่งหายนะ “หวังสึน” และดาวมอดม้วยมลาย “ฉูเป้า” กับดาวกับดักมรณะ “กวันซัว” เข้า มาคุกคามทำให้โชคลาภห่างหายการงานการค้าสะดุดติดขัด สุขภาพอ่อนแอเจ็บป่วยง่าย ต้องระวังการใช้ชีวิตประจำวันให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุต่างๆ และพึงระวังกับดักหลุมพรางที่ผู้ไม่หวังดีขุดล่อไว้ ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาท

หากคิดป้องกันแก้ไข ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “มังกรคู่ถวายมุกอัคคี” เพื่อสลายพลังอำนาจของดาวร้าย ขจัดอุปสรรคเคราะห์ภัย เสริมส่งให้การค้าเจริญก้าวหน้า กระตุ้นโชคลาภให้สดใส เงินทองไหลมาเทมา มีสุขภาพแข็งแรง อยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีฉลู (วัว) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีระกา (ไก่) เสริมดวงเรื่องความสุข
- ปีจอ (หมา) เสริมดวงเรื่องความคิด



4.ปีกุน(หมู) ปีนี้ดวงของคุณไม่ชงโดยตรงแต่ก็ถือว่า ร่วมชง และเนื่องจากดวงชะตาของคนเกิดปีกุน ปีนี้มีดาวมงคลช่วยส่งเสริมเกื้อหนุนให้มีความเจริญรุ่งเรืองได้รับการสนับ สนุนอุปถัมภ์ค้ำจุน การงานการค้าก้าวหน้าประสบความสำเร็จ แต่ก็มีดาวอัปมงคลหลายดวงจ้องคุกคามอยู่ จึงต้องระวังคำพูดคำจาอย่าไปนินทา ว่าร้ายผู้อื่น ดูแลสุขภาพของตนเองให้ดีอย่าให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ และอย่าไปในที่เปลี่ยวตามลำพัง เพราะมีเกณฑ์ว่าอาจถูกทำร้ายปล้นชิงวิ่งราวหรือถูกโจรขโมยขึ้นบ้าน ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาท

หากคิดป้องกันแก้ไข ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “น้ำเต้าดูดทรัพย์” เพื่อกระตุ้นเปิดรับโชคลาภ ดูดทรัพย์สินเงินทองให้ไหลมาเทมาเสริมส่งให้การงานการค้าเจริญรุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคเคราะห์ภัย มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีขาล (เสือ) คบแล้วพารวย หรือหารูปเสือมาไว้ที่บ้าน
- ปีเถาะ (กระต่าย) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะแม (แพะ) เสริมดวงเรื่องความคิด

5.ปีชวด(หนู) ปีนี้คุณมีดาวอัปมงคลรายล้อมสร้างความเสียหายโดยเฉพาะดาวหมาสวรรค์ “เทียนโกว่” ดาวแห่งการสูญเสีย “เตี๊ยวเคอะ” และดาวลูกกรง “ฉิวอี้” ส่งผลให้ดวงชะตามัวหมอง โชคลาภอับเฉา ธุรกิจการงานประสบปัญหามากมาย ทั้งคู่แข่งทางการค้า ปรปักษ์ในที่ลับและที่แจ้ง และต้องระวังอย่าสร้างปัญหาหรือทำผิดกฎหมายมิฉะนั้นจะเป็นการนำภัยเข้าสู่ ตัว ! ดั้ง นั้นจึงควรเสริมสิริมงคล เพื่อให้เกิดความปลอดภัย พร้อมทั้งขจัดเภทภัยต่างๆ จึง ควรจัดตั้งวัตถุมงคลเสริมดวง หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “ฮกลกซิ่ว ค้างคาว กวาง ลูกท้อ” เพื่อสลายพลังร้ายของดาวอัปมงคลให้สูญสิ้นไป พร้อมทั้งเสริมส่งให้การงานการค้า ตำแหน่งลาภยศเจริญก้าวหน้า โชคลาภเงินทองเพิ่มพูนทวี สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีฉลู (วัว) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะโรง (งูใหญ่) เสริมดวงเรื่องความคิด
- ปีวอก (ลิง) เสริมดวงเรื่องความสุข



6.ปีฉลู(วัว) ปีนี้คุณมีดาวมงคลนกคู่แห่งรัก “หงหลวน” โคจรเข้ามาส่งความสุขสดชื่น มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง แต่มีดาวป่วยไข้ “ปิ้งฝู” จอมมารแห่งโรคภัยเข้ามาคุกคาม ทำให้สุขภาพอ่อนแอ เจ็บไข้ป่วยง่าย จึงต้องดูแลสุขภาพเอาใจใส่สุขอนามัยเรื่องอาหารการกินให้ดี ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาท หากคิดป้องกันแก้ไข ขจัดเคราะห์ภัย จึงควรจัดตั้งวัตถุม! งคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “นกมงคล ทับทิม ไผ่ เหมย” ที่ มีอานุภาพสูงส่งนี้ เพื่อสลายพลังพิฆาตของจอมมารแห่งโรคภัยให้แตกดับไป พร้อมทั้งเสริมส่งให้ดาวแห่งความรักบันดาลให้ความรักของท่านสดชื่นหวานแหวว มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง พรั่งพร้อมบริบูรณ์ด้วยโชคลาภ ทรัพย์สินเงินทอง มีสุขภาพแข็งแรงอยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีชวด (หนู) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะเส็ง (งูเล็ก) เสริมดวงเรื่องการงาน
- ปีระกา (ไก่) เสริมดวงเรื่องความสุข

7.ปีเถาะ(กระต่าย) ปีนี้คุณมีดาวมงคล “พระอาทิตย์” เปล่งรัศมีสดใสนำทางให้มีความเจริญรุ่งเรือง แต่มีดาวทะเลสาบน้ำเค็ม “เสียนฉือ” และดาวพิฆาตแห่งปี “เหนียนซา” คอย คุกคามทำให้เงินทองรั่วไหล โชคลาภถดถอย ฉุดรั้งไม่ให้การงานการค้าลื่นไหล ฝักใฝ่หลงใหลอบายมุขจนสุขภาพเสื่อมโทรม มนุษย์สัมพันธ์บกพร่องเป็นเหตุนำไปสู่การทะเลาะกับผู้อื่น โดยเฉพาะคู่รักหรือภรรยา และคนในครอบครัว ฉะนั้นไม่ควรประมาท หากคิดแก้ไขให้ออกห่างจากอบายมุขทั้งหลาย จึงควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “กระต่ายรุ่งเรือง พระอาทิตย์เสริมส่ง” เพื่อเสริมสร้างให้ดาวมงคล “พระอาทิตย์” สาด แสงแรงกล้ายิ่งขึ้น เผาผลาญกำจัดสิ่งอัปมงคลต่างๆ ให้สูญสิ้นไปเหลือไว้แต่ความเป็นสิริมงคลเสริมส่งให้การงานการค้ารุ่งเรือง โชคลาภสดใส มั่งคั่งร่ำรวย สุขภาพแข็งแรงตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีมะแม (แพะ) เสริมดวงเรื่องความสุข
- ปีกุน (หมู) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะโรง (งูใหญ่) เสริมดวงเรื่องความคิด



8.ปีมะโรง(มังกร,งูใหญ่) ปีนี้คุณมีแต่ดาวอัปมงคลเข้ามาคุกคามโดยเฉพาะดาวประตูมรณะ “ซังเหมิน” ดาวหางเสือดาว “เป้าเหว่ย” และดาวสวรรค์ร้องไห้ “เทียนคู่” ส่ง ผลทำให้โชคลาภอับเฉา การงานการค้าไม่เจริญก้าวหน้า ต้องระวังการดำเนินชีวิตประจำวันของตนเองดูแลผู้อาวุโสกับเด็กๆ ให้ดีหากเจ็บป่วยต้องรีบพาไปหาหมอรักษา และต้องอยู่อย่างสงบอย่าไปมีเรื่องทะเลาะกับผู้อื่นเพราะจะนำภัยเข้าสู่ตัว อีกทั้งต้องมีความมุ่งมั่นอดทน จึงจะหลุดพ้นจากวิกฤตการณ์ที่เลวร้ายนี้ได้ ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาท

หากคิดแก้ไข ขจัดภัย สลายเคราะห์เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “ดอกบัว ปลาทอง ธรรมจักร เสริมส่งความเจริญรุ่งเรือง”เพื่อ สลายพลังพิฆาตของดาวร้ายให้หมดไป เสริมส่งให้โชคชะตาสดใสขึ้น การงานการค้าเจริญก้าวหน้า กระตุ้นโชคลาภให้เงินทองเพิ่มพูนทวี ปราศจากเคราะห์เหตุโรคภัย อยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีมะโรง, ปีมะเส็ง เสริมดวง! เรื่องกา รเงิน
- ปีชวด (หนู) เสริมดวงเรื่องความคิด
- ปีวอก (ลิง) เสริมดวงเรื่องความรู้ซึ่งกันและกัน
- ปีระกา (ไก่) เสริมดวงเรื่องการเงิน

9.ปีมะเมีย(ม้า) ปีนี้คุณมีดาวนายพล “เจียงซิง” และดาวสามพลับพลา “ซันไถ” โคจรเข้ามาเสริมส่งให้โชคชะตารุ่งโรจน์สดใส การงานการค้าเจริญก้าวหน้า แต่มีดาวร้ายห้าปีศาจ “อู๋กุ่ย” และดาวคดีความ “กวันฝู” แทรง แซงเข้ามารังควานสร้างความเสียหาย จึงต้องระวังเรื่องเคราะห์ภัยจากการทะเลาะบาดหมางกับผู้อื่น รวมทั้งเรื่องคดีความทำผิดกฎหมาย จนเป็นเหตุให้ต้องเสียทรัพย์จำนวนมาก ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาท หากคิดป้องกันแก้ไข ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “เรือใบขนสมบัติ” เพื่อคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย เสริมส่งให้การงานการค้าเจริญรุ่งเรืองกระตุ้นเปิดรับโชคลาภให้มั่งคั่งร่ำ รวย สุขภาพแข็งแรง หมดเคราะห์หมดภัย สุขสบายมีชัยตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีขาล (เสือ) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะแม (แพะ) เสริมดวงเรื่องความคิด
- ปีจอ (สุนัข) เสริมดวงเรื่องความรัก



10.ปีมะแม(แพะ) ปีนี้คุณมีดาวสวรรค์ยินดี “เทียนสี่” กับดาวคุณธรรมพระจันทร์ “ย่วยเต๋อ” และ ดาวอานม้า “ปั่นอาน” เปล่งรัศมีสดใสอยู่ในเรือนชะตา ส่งผลให้ประสบความเจริญก้าวหน้า ทั้งเรื่องความรัก และการงานการค้า แต่ก็มีดาวมนต์ชั่วร้าย “สื่อฝู” กับดาวละลายทรัพย์ “เสี่ยวห้าว” และดาวหม้าย “กว่าซู่” มาขัดขวางรังควานทำให้สุขภาพอ่อนแอเจ็บป่วยง่าย มีอุบัติเหตุเคราะห์ภัย และเงินทองรั่วไหลออกง่าย ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาท หากคิดป้องกันแก้ไข ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “เต่านำโชค กระเรียน อายุวัฒนะ” ที่มีอานุภาพสูงส่ง เพื่อสลายอิทธิพลพลังร้ายให้หมดไป พร้อมทั้งเสริมส่งความรักให้หวานชื่น การงาน การค้าเจริญก้าวหน้า มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว ปราศจากอุบัติเหตุเคราะห์ภัย อยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีเถาะ (กระต่าย! ) เสริมด วงเรื่องความคิด
- ปีมะเมีย (ม้า) เสริมดวงเรื่องความร่ำรวย
- ปีกุน (หมู) เสริมดวงเรื่องการเงิน

11.ระกา(ไก่) ปีนี้คุณมีดาวดอกไม้จักรพรรดิ “จื่อเว่ย” และดาวคุณธรรมมังกร “หลงเต๋อ” เปล่ง รัศมีอยู่ในเรือนชะตา ส่งผลให้การงานก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง การค้าเจริญรุ่งเรืองมีกำไรงดงาม แต่มีดาวทำลายให้พ่ายแพ้ “เป้าไป้” และดาวหกร้าย “ลิ่วห้าย” คอยจ้องทำลาย จึงต้องระวังคู่แข่งปรปักษ์ยอดขายตกต่ำ ! การผลิตที่ผิดพลาด ทำให้สูญเสียโอกาสที่ดีไป

ฉะนั้นจึงควรหาทางป้องกันแก้ไข โดยการจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “หอยสังข์ หยวนเปา ดอกบัว เสริมส่งโชคลาภ” เพื่อ เสริมสร้างการงานให้เจริญก้าวหน้าได้เลื่อนตำแหน่ง การค้าเจริญรุ่งเรืองกระตุ้นเปิดรับโชคลาภให้หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หมดเคราะห์ห! มดภัย มีสุขภาพแข็งแรงสุขสบายมีชัยตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนั! กษัตรที่ เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีฉลู (วัว) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะเส็ง (งูเล็ก) เสริมดวงเรื่องการงาน
- ปีมะโรง (มังกร) เสริมดวงเรื่องความรัก



12.ปีจอ(สุนัข) ปีนี้ดวงชะตาไม่ค่อยสดใส เนื่องจากมีดาวอัปมงคลรุมล้อมสร้างความเสียหาย โดยเฉพาะดาวเสือขาว “ไป๋หู่” ที่ จะส่งผลทำให้เกิดเคราะห์ภัยต่างๆ อย่างไม่ทันรู้ตัว หน้าที่การงาน และธุรกิจการค้ามีอุปสรรค โชคลาภอับเฉา สุขภาพอ่อนแอ จึงต้องระวังอย่าประมาท ฉะนั้นหากคิดป้องกันแก้ไข ขจัดภัยสลายเคราะห์ เสริมส่งโชคลาภให้สดใส ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “สิงโตมีปีก คุ้มภัยพิทักษ์ทรัพย์” เพื่อกระตุ้นเปิดรับโชคลาภ ให้เงินทองไหลมาเทมา การงานการค้ามีความเจริญก้าวหน้า สุขภาพแข็งแรง แคล้วคลาดปลอดภัย อยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีขาล (เสือ) เสริมดวงเรื่องการงาน
- ปีเถาะ (กระต่าย)! เสริมดวงเรื่องความคิด
- ปีมะเมีย (ม้า) เสริมดวงเรื่องความสุข


 
 
 
ตรุษจีน ปี2553 ทุกราศีควรไปไหว้ เทพเจ้าเสริมดวงชะตา ดังนี้

ปีชวด(หนู) ให้ไปไหว้ขอพร “องค์ซำกวง” หรือ “เทพ 3 ตา” วัดทิพย์วารี หลังจราจรกลาง ถ.ตรีเพชร กรุงเทพ
ปีฉลู(วัว) ให้ไปไหว้ขอพร “เทพหั่วท้อ” หรือ “หมออูโต๋ว” (หมดเทวดา) ที่วัดทิพย์วารี หลังจราจรกลาง ถ.ตรีเพชร กทม.
ปีขาล(เสือ) ให้ไปไหว้ขอพร “ไท้ส่วยเอี๊ย” ที่ศาลเจ้าเล่งเน่ยยี่ มังกรกมลาวาส(ทำแก้ชง)
ปีเถาะ(กระต่าย) ให้ไปไหว้ขอพร “เทพเจ้าไท้เอี๊ยง” ที่ศาลเจ้าเล่งเน่ยยี่ มังกรกมลาวาส หรือ วัดทิพย์วารี หลังจราจรกลาง ถ.ตรีเพชร กทม.
ปีมะโรง(งูใหญ่) ให้ไปไหว้ขอพร “เทพเทียงเต็ก” ไหว้ฟ้าดิน หรือไหว้ที่เสาทีกง ได้ทุกศาลเจ้า
ปีมะเส็ง(งูเล็ก) ให้ไปไหว้ขอพร “ไท้ส่วยเอี๊ย” ที่ศาลเจ้าเล่งเน่ยยี่ มังกรกมลาวาส(ทำแก้ชง) “องค์ไท้อิม” ที่วัดทิพย์วารี หลังจราจรกลาง ถ.ตรีเพชร กทม. ปีมะเมีย(ม้า) ให้ไปไหว้ขอพร “องค์เจี้ยงแซ” ไหว้ “เทพเจ้ากวนอู” ที่ ศาลเจ้ากวนตี่ เยาวราช หรือที่ไหนก็ได้ที่มี
ปีมะแม(แพะ) ให้ไปไหว้ขอพร “เทพห่วยเต็ก” ไหว้ “เจ้าแม่กวนอิม” ที่ มูลนิธิเทียนฟ้า เยาวราช หรือทุกศาลเจ้าที่มี
ปีวอก(ลิง) ให้ไปไหว้ขอพร “ไท้ส่วยเอี๊ย” ที่ศาลเจ้าเล! ่งเน่ยยี่ มังกรกมลาวาส(ทำแก้ชง)
ปีระกา(ไก่) ให้ไปไหว้ขอพร “เทพเหล่งเต็ก” ไหว้ “องค์แป๊ะกง” ได้ทุกศาลเจ้าที่มีแป๊ะกง
ปีจอ(หมา) ให้ไปไหว้ขอพร “องค์ตั่วเหล่าเอี๊ย” ได้ทุกศาลเจ้าที่มีเจ้าพ่อเสือ
ปีกุน(หมู) ให้ไปไหว้ขอพร “ไท้ส่วยเอี๊ย” ที่ศาลเจ้าเล่งเน่ยยี่ มังกรกมลาวาส(ทำแก้ชง) “องค์กวนอู” ไหว้ “เทพเจ้ากวนอู” ที่ ศาลเจ้ากวนตี่ เยาวราช หรือ ที่ไหนก็ได้ที่มี
 
ที่มา : ห้องสมุดพันธุ์ทิพย์ดอทคอม  http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8688107/K8688107.html
 
 

พาณิชยนาวี นานาชาติ รับตรง


 
วิทยาลัยพาณิชยนาวีนานาชาติ รับตรง ถึง 18 ม.ค.53







ติดต่อได้ที่ วิทยาลัยพาณิชยนาวีนานาชาติ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา
199 หมู่ 6 ถนนสุขุมวิท ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20230
โทรศัพท์ 0-3835-2606-7
แฟกซ์ 0-3835-2607


ที่มา : http://www.imc.src.ku.ac.th/home.asp

ด่วน น้อง ม 5 ที่อยากเข้าจุฬาฯ อย่าลืมไปสมัครทดสอบความรู้



คิดว่าน่าจะใช้ในการสอบเข้าคณะต่างๆ ทั้งรับตรงและแอดมิชชั่น ดังนี้  ( รอจุฬาประกาศอีกรอบ )
1 วิทยาศาสตร์   แก้ไข เหลือ คณะ


รับตรง มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2553



การรับบุคคลเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ระดับปริญญาตรี
   -วิธีการรับ -สัดส่วนของการรับ 
   -วิธีการรับปกติ -วิธีการรับพิเศษ
โครงการพิเศษ (ม.6, ปวช. หรือเทียบเท่า) ติดต่อคณะ
» คณะวิศวกรรมศาสตร์ 
» คณะวิทยาศาสตร์ 
» คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 
» คณะสัตว์แพทยศาสตร์ 
» คณะเภสัชศาสตร์ 
» คณะสาธารณสุขศาสตร์
» เทคนิคการแพทย์ 
» คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 
» คณะศึกษาศาสตร์ 
» คณะศิลปกรรมศาสตร์ 
» คณะวิทยาการจัดการ 
» คณะนิติศาสตร์ 
» วิทยาลัยนานาชาติ 
น้องๆ สามารถเข้าไปไล่ดูรายคณะได้เลยนะครับ  รู้สึกว่าค่าเทอมอาจจะแพงกว่าปกติ หรือป่าวอันนี้ไม่แน่ใจ


 
ที่มา  http://www.unigang.com/Article/1150

บทความที่น่าสนใจ

Facebook

บทความ

รับข่าว